Category: General Page 2 of 4

ETH แจงดรอป โด้

ETH แจงดรอป โด้ อย่าใจร้อน เวลามาถึงแน่! “ETH” แจง! เหตุที่ดร็อป “โด้” เป็นเกมที่ 3 ติดต่อกัน ชี้! ภาพรวมสำคัญที่สุด

ETH แจงดรอป โด้

 เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแถลงไขข้อข้องใจ ถึงสาเหตุ ในประเด็นที่เขายังคงให้ซุปเปอร์สตาร์ เจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ 5 สมัย อย่าง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในฐานะแค่ผู้เล่นตัวสำรองมาถึง 3 เกมติดต่อกัน ซึ่งการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปคว้า 3 คะแนน จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ โรนัลโด้ ก็มีบทบาทในซุ้มม้านั่งสำรองอีกครั้ง

 ดาวเตะวัย 37 ปี รายนี้ ตกเป็นข่าวใหญ่มาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาว่า เขาต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาโดยตลอด แต่สุดท้ายแล้ว หลังจากที่ตลาดการซื้อขายผู้เล่นได้ปิดตัวลง โรนัลโด้ ก็ยังคงอยู่ในฐานะผู้เล่นของทีมผีแดงต่อไป ซึ่งเป็นเวลาอย่างน้อย จนกว่าจะถึงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการเปิดตลาดซื้อขายช่วงหน้าหนาวนั่นเอง

 สถานการณ์ภายในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับ โรนัลโด้ นั้น ดูจะไม่ได้เป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการเสียเท่าไหร่ เนื่องจากในช่วง 3 เกมล่าสุด โรนัลโด้ ไม่ได้ออกสตาร์ทในชุดผู้เล่นตัวจริง 11 คนแรก ของทีมเลย ซึ่งเวลาในการลงมาสู่เกมส่วนใหญ่ ทาง เทน ฮาก ก็มักจะส่งเจ้าตัว ลงมาเป็นผู้เล่นตัวสำรองในช่วงครึ่งเวลาหลังของเกม

 ซึ่งหลังจากจบเกมที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดียม ทาง เทน ฮาก ก็ได้มีการพูดถึงประเด็นของ โรนัลโด้ ที่ช่วงนี้เขามักจะให้ดาวยิงหมายเลข 7 ต้องนั่งอยู่ข้างสนามเป็นเสียส่วนใหญ่ โดยอดีตผู้จัดการทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ได้อธิบายถึงเหตุผล ของตัวเอง ไว้ว่า “ช่วงนี้มันเป็นแค่ช่วงต้นฤดูกาล เราให้ความสำคัญกับทีมโดยรวม มากกว่าชุดผู้เล่น 11 คนแรก”

ETH แจงดรอป โด้ เทน ฮาก กล่าว

“เรากำลังสร้างทีมขึ้นมา พวกเขาก็กำลังเกาะกลุ่มกันได้อย่างเหนียวแน่น พวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อกันและกัน และมีความร่วมมือที่ดี ตอนนี้เรากำลังที่จะก้าวไปอีกขั้นแล้ว”

 “เราสามารถที่จะเป็นทีมที่อันตรายได้ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนตัว ในช่วงครึ่งหลังมีพื้นที่ที่เปิดกว้างอยู่มากมาย แต่เรายังไม่สามารถที่จะใส่รายละเอียดได้ดีเท่าไหร่ เราควรที่จะได้ประตูที่ 2 ได้แล้ว”

 “เราควรที่จะต้องมีความโหดเหี้ยม เด็ดขาด มากกว่านี้ ยังมีเวลาให้เราปรับปรุงได้อยู่ ผมมีความสุขที่ทีม สามารถเก็บคลีนชีตได้ 11 ผู้เล่นตัวจริงในสนาม ก็สามารถเล่นเกมป้องกัน และเกมรุกร่วมกันได้ ซึ่งคุณก็คงได้เห็นแล้ว ในสิ่งที่เราทำได้”

 โดยในเกมนัดต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เทน ฮาก จะต้องเจอบททดสอบที่สำคัญอีกหนึ่งนัด สำหรับช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลนี้ ก็คือเกมที่พวกเขา จะต้องพบกับทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ในวันอาทิตย์

ซึ่ง เทน ฮาก ก็พูดถึงความพร้อมของตัวเอง โดยเฉพาะผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งจะย้ายทีมเข้ามาอย่าง แอนโทนี่ แนวรุกชาวบราซิลเลี่ยน ที่ได้หวนกลับมาทำงานกับเขาอีกครั้งที่ พรีเมียร์ลีก

 เทน ฮาก ได้กล่าวว่า “เราคงจะได้รู้กันในวันอาทิตย์ (สำหรับโอกาสของ แอนโทนี่ ในการลงสนาม) แน่นอนว่า ผมมีความตื่นเต้นมากๆ มันเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีจริงๆ เขาจะนำแรงขับทางอารมณ์, ความคิดสร้างสรรค์, จิตวิญญาณของการเป็นนักสู้ และเราก็ต้องการคุณสมบัติที่หลากหลายของเขา มาเพิ่มเติมในเกมรุกของเรา”

 “อาร์เซน่อล คือบททดสอบที่แท้จริง สำหรับเราเลย เรากำลังตั้งตารอคอย เราต้องทำให้ดีให้ได้ เรารู้เรื่องนี้ดี และมันเป็นบททดสอบที่ดี เพื่อจะดูว่าเราอยู่ในจุดไหนแล้ว”

อ่านข่าวอื่น

ริโองง ETH ไม่ส่งคาเซมิโร่เป็นตัวจริง

ริโองง ETH ไม่ส่งคาเซมิโร่เป็นตัวจริง เกมเจอ “เลสเตอร์”

ริโองง ETH ไม่ส่งคาเซมิโร่เป็นตัวจริง

 ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตผู้เล่นขงอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาตั้งคำถามกับ เอริค เทน ฮาก กุนซือของทีม “ปีศาจแดง” คนปัจจุบัน ถึงเหตุผลที่เจ้าตัวไม่ยอมส่ง คาเซมิโร่

มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลเลี่ยน ลงสนามในฐานะผู้เล่นตัวจริง ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในสกอร์ 1-0 ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดียม ในช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 ทีมผีแดง สามารถคว้าตัว คาเซมิโร่ ในวัย 30 ปี เข้ามาสู่ทีมด้วยค่าตัวที่สูงถึง 60 ล้านปอนด์ มาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ด้วยความคาดหวังที่จะให้ตัวเขา เป็นผู้เล่นที่เป็นจิ๊กซอว์ในการอุดช่องโหว่ในแดนกลางที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องประสบปัญหามาในตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมานั่นเอง

 โดยก่อนเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะลงแข่งขันกับทาง เลสเตอร์ นั้น ก็มีหลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่า เทน ฮาก น่าจะส่ง คาเซมิโร่ ออกสตาร์ทเป็นผู้เล่นชุด 11 คนแรกในเกมนัดนี้ แต่ถึงอย่างไรแล้ว

ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ ก็ยังคงเลือกที่จะใช้ผู้เล่นหน้าเดิมๆ อย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, คริสเตียน เอริคเซ่น และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงออกสตาร์ทไปก่อน ซึ่งก็เป็นอีก 1 เกม ต่อจากเกมสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ คาเซมิโร่ ได้โอกาสลงมาสู่สนาม ในฐานะผู้เล่นตัวสำรอง ซึ่งจากฟอร์มที่ออกมานั้น เจ้าตัวก็ดูจะเล่นได้ตามมาตรฐานอย่างที่ตัวเขาเป็นได้อีกด้วย

 แต่ถึงอย่างไรแล้วทาง เฟอร์ดินานด์ ที่ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นนักวิเคราะห์เกมการแข่งขันฟุตบอล ก็มีความคาใจว่า เหตุผลใดที่ เทน ฮาก ยังไม่ยอมให้ คาเซมิโร่ ออกสตาร์ทเป็นผู้เล่นตัวจริงในเกมนี้

โดยอดีตปราการหลังชุดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2008 ก็ได้กล่าวผ่านทาง BT Sport ไว้ว่า “เขา (คาเซมิโร่) น่าจะต้องหัวเสียแน่ๆ ที่ไม่ได้เล่นเป็นตัวจริง เพราะผู้เล่นในระดับท๊อปคลาสทุกคน ก็ล้วนแล้วต้องการที่จะลงเล่นในทุกๆ นาที และทุกๆ เกม”

ริโองง ETH ไม่ส่งคาเซมิโร่เป็นตัวจริง ริโอกล่าว

“แต่ เทน ฮาก ได้บอกกับเราว่า ในตลาดซื้อขายหนนี้ พวกเขาได้ซื้อผู้เล่นที่มีความเหมาะสมเข้ามาแล้ว และ คาเซมิโร่ ก็คือหนึ่งในนั้น”

 ส่วนทางอดีตผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งคนอย่าง เบน ธอร์นลีย์ ก็ดูจะเชื่อว่า เหตุที่ เทน ฮาก ไม่ได้ส่ง คาเซมิโร่ ลงเป็นตัวจริง ก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชุดผู้เล่นที่สามารถคว้าชัยชนะมาติดต่อกัน เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดอาการฟอร์มการเล่นที่สะดุดได้

 ธอร์นลีย์ ได้พูดถึงประเด็นนี้ผ่านทาง BBC Radio 5 Live ไว้ว่า “มันเป็นความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้กับทีม โดยสำหรับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แล้ว มันก็ไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นกัปตันของทีม มันไม่ใช่สิ่งที่จะมากำหนดการเล่น ในขณะนี้ เทน ฮาก พบคู่หูเซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดของตัวเอง และเรื่องนี้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว”

 “ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพัฒนาต่อไปได้ ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการคนนี้ และ 3 คะแนน มันจะช่วยสร้างโมเมนตั้มได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว”

 แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติลงเล่น 5 นัด มี 9 แต้ม ตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล อยู่ที่ 6 คะแนน ซึ่งในคืนวันอาทิตย์นี้ ทั้งคู่จะโคจรมาพบกัน โดยจะแข่งขันกันที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเวลา 22:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

อ่านข่าวอื่น

สิงห์บลู ใกล้ปิดดีล โอบาเมยอง

สิงห์บลู ใกล้ปิดดีล โอบาเมยอง มีรายงานว่า เชลซีใกล้บรรลุ ข้อตกลงในการเซ็นสัญญา กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าจาก บาร์เซโลน่า

สิงห์บลู ใกล้ปิดดีล โอบาเมยอง

ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย หลังจากที่ ได้บรรลุข้อตกลง ในสัญญากับ โอบาเมยอง โดยที่ ท็อดด์ โบลี่ห์ เจ้าของทีม เชลซี ได้ยอมทำตามข้อเรียกร้อง ของดาวเตะวัย 33 ปี และตอนนี้ก็พร้อมแล้ว ที่จะยื่นข้อเสนอ ให้กับทาง บาร์เซโลน่า

ตามรายงานของ The Athletic ระบุว่า เชลซี ใกล้จะบรรลุ ข้อตกลงกับ บาร์เซโลน่า เพื่อเซ็นสัญญา กับ โอบาเมยอง กองหน้าวัย 33 ปี โดยที่ข้อเสนอล่าสุด ของพวกเขามี มูลค่าประมาณ 6.5 ล้านปอนด์ โดยมี มาร์กอส อลอนโซ่ เป็นหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยน ที่จะย้ายไปยัง คัมป์ นูว์ ทำให้ข้อตกลงนี้ง่ายขึ้น

รายงานยังอ้างว่า ตอนแรกเข้าใจว่า เชลซี เต็มใจที่จะเสนอสัญญา 1 ปี เท่านั้น ให้ โอเบมายัง ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่อย่างไรก็ตาม รายงานเสริมว่า ตอนนี้ เชลซี กำลังทำงานเ พื่อเสนอข้อตกลง 2ปี แก่อดีตกัปตันทีม อาร์เซนอล โดยมีตัวเลือก ให้ขยายเวลาอีก 12 เดือน ตามเปอร์เซ็นต์ผลงานในปีที่สอง

ตอนนี้ โอบาเมยอง ยังคงอยู่ใน บาร์เซโลน่า ขณะที่การเจรจายังคงดำเนินต่อไประหว่าง เชลซี และ สโมสรยักษ์ใหญ่ของคาตาลัน และการเจรจาเหล่านั้น ตอนนี้ถือว่าใกล้ถึงข้อสรุป ก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขาย ในวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน เวลา 23.00 น. ตามเวลาในประเทศอังกฤษ

ก่อนหน้านี้มีความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงท่ียื่นไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานที่อ้างว่า โอบาเมยอง ได้รับบาดเจ็บกรามหัก ขณะปกป้องครอบครัวของเขาในตอนที่โดนปล้นบ้านที่บาร์เซโลน่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยมีแนวโน้มว่าจะทำให้ โอบาเมยอง ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แม้ว่าการผ่าตัดจะทำให้กระบวนการรักษาหายเร็วขึ้นก็ตาม

สิงห์บลู ใกล้ปิดดีล โอบาเมยอง โพสต์โซเชียล

เพื่อยืนยันเหตุการณ์ แต่ลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บลง เขาเขียนว่า

 “เฮ้ พวก ขอบคุณมากสำหรับข้อความทั้งหมด ในคืนวันอาทิตย์ คนขี้ขลาดบางคนบุกเข้ามาในบ้านของเรา และขู่ครอบครัวของผมและลูกๆ ของผม เพียงเพื่อขโมยของบางอย่าง”

“พวกเขาทำให้ผม ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกราม แต่ผมจะฟื้นตัวในเวลาไม่นาน และขอบคุณพระเจ้า ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทางร่างกาย ความรู้สึกที่เรา ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ในบ้านของเราเอง มันยากที่จะเข้าใจและอธิบาย

แต่ในฐานะครอบครัว เราจะเอาชนะสิ่งนี้ และยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง กว่าที่เคย ขอบคุณสำหรับ การสนับสนุนทั้งหมด มันมีความหมายกับเรามากจริงๆ”

โอบาเมบอง ย้ายจากพรีเมียร์ลีก เมื่อเจ็ดเดือนที่แล้ว โดยเข้าร่วมกับ บาร์เซโลนา ในช่วงเดือนมกราคม โดยทำได้ 13 ประตูจาก 24 นัดภายใต้การคุมทีมของ ชาบี เฮอร์นันเดส แต่ด้วยการเข้ามาของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้ โอบาเมยอง ต้องมองหาสโมสรใหม่ และนั้่นก็คือ เชลซี ที่กำลังดำเนินการคว้าตัวเขาอยู่ในขณะนี้

อ่านข่าวอื่น

เจอร์ราร์ด ยอมรับ อาจถูกไล่ออก

เจอร์ราร์ด ยอมรับ อาจถูกไล่ออก “สตีวี่-จี” ยอมรับ! ตนอาจถูกไล่ออก หลังพาลูกทีมแพ้ 3 เกม รั้งรองบ๊วย

เจอร์ราร์ด ยอมรับ อาจถูกไล่ออก

 สตีเว่น เจอร์ราร์ด นายใหญ่ของทีม “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ได้ออกมายอมรับตามตรงว่า เขามีความกังวลไม่น้อย ว่าตนนั้นจะถูกไล่ออกในเร็ววันนี้ หลังจากที่พาลูกทีมของตัวเอง ออกไปพ่ายแพ้ต่อทีมฟอร์มแรงจากกรุงลอนดอนอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ในสกอร์ 2-1 ในเกมช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

 อาร์เซน่อล ยังคงรักษาสถิติชนะรวดได้เป็นเกมที่ 5 ติดต่อกัน หลังจากที่พวกเขาเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดียม ปราบทีมของ เจอร์ราร์ด ด้วย 2 ประตูจาก กาเบรียล เฆซุส และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ซึ่ง วิลล่า ก็ได้เพียงแค่ประตูเดียวจาก ดักลาส ลุยซ์ ซึ่งก็ส่งผลให้ วิลล่า ต้องพบกับความพ่ายแพ้ เป็นเกมที่ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่นี้

 ส่วนสถานการณ์ในตารางคะแนน วิลล่า รั้งในตำแหน่งรองบ๊วย ด้วยการมีเพียง 3 แต้ม ที่ได้มาจากชัยชนะในเกมที่พวกเขา พบกับทีม “ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เท่านั้น โดยทาง ตำนานผู้เล่นทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ได้เปิดใจกับสื่ออย่าง BT Sport ถึงความกังวลของตัวเอง ไว้ว่า “แน่นอนว่าผมต้องรู้สึกแบบนั้น (ว่ากำลังจะตกงาน)”

เจอร์ราร์ด ยอมรับ อาจถูกไล่ออก กล่าว

“ผมเป็นคนที่ตรงไปตรงมา และก็วิจารณ์ตัวเองเสมอ ถ้าตัวผมต้องยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ และบอกตัวเองว่าไม่กังวล พวกคุณก็คงจะมองตัวผมว่า เหมือนเป็นคนที่มาจากดาวดวงอื่นเป็นแน่”

 “เราทำงานกันอย่างหนัก เพื่อที่จะให้อยู่ในเกมต่อไป ผมคิดว่าในทางเทคนิคแล้ว พวกเขา (อาร์เซน่อล) สามารถผลักดันตัวเองให้เหนือกว่ามาตรฐานได้ถึง 45 นาที เพราะฉะนั้นด้วยระดับของเรา เราก็ควรที่จะเอาบอลกลับมาเล่นให้ได้”

 “เรามีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ในช่วงครึ่งหลัง และมีบางจังหวะที่ดูน่าสนใจ ดักลาส ร่ายเวทย์มนต์เล็กน้อย เพื่อนำเรากลับเข้ามาสู่เกม เราเสีย 2 ประตูอีกครั้ง เพราะทางเราเองไม่เน้นลงไปที่รายละเอียด ในเรื่องของการเล่นเกมรับของตัวเอง”

 ส่วนทางด้านกัปตันทีมของ วิลล่า อย่าง จอห์น แม็คกินน์ ก็ยังคงที่จะให้ความเชื่อมั่นในตัวของ เจอร์ราร์ด และออกโรงปกป้องบอสใหญ่ของตัวเอง ไว้ว่า “มันไม่ได้เกี่ยวอะไร กับผู้จัดการทีมเลย ผู้เล่นไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ และหากว่าเราไม่สามารถที่จะทำในสิ่งเหล่านั้น มันก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของพวกเรา ทาง อาร์เซน่อล ก็ยังคงมีความคล้ายคลึง กับในฤดูกาลก่อนหน้านี้ แต่เราก็ยังคงที่จะเล่นกันติดขัด ซึ่งมันก็ควรที่จะทำให้ถูกต้อง”

 “เราเล่นได้อ่อนแอ เรามีความขัดแย้งกันเองในช่วงครึ่งแรก ดักลาส สามารถทำประตูที่ยอดเยี่ยม และทำให้เรากลับมาได้ ซึ่งจากนั้น เราก็ยังทำเรื่องที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราก็ถูกลงโทษ”

 “มันเป็นความรับผิดชอบของเรา ในฐานะที่เป็นผู้เล่น เราควรที่จะมีไหวพริบที่มากขึ้น เราจะต้องยอมรับกับผลที่ตามมา และเราทุกคนก็ตระหนักในเรื่องนี้ดี”

 สถานการณ์ของ เจอร์ราร์ด และ วิลล่า ก็น่าจะยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่หนาวเหน็บต่อไป เพราะในเกมนัดหน้า พวกเขาจะต้องพบกับ ทีมแชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ในเกมล่าสุด ก็เพิ่งจะทุบทีมน้องใหม่อย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ มาหมาดๆ 6-0 โดยเฉพาะศูนย์หน้าที่อันตรายที่สุดของลีกในขณะนี้อย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่ก็กด “แฮตทริก” ของตัวเองได้ เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

อ่านข่าวอื่น

ริโอ แนะ กอร์ดอน

ริโอ แนะ กอร์ดอน ถ้าใจอยากย้าย ก็ลุยเลย! “ริโอ” แนะ ถ้า “กอร์ดอน” อยากไป “สิงห์บลูส์” ก็รีบไปคุยกับ “แลมพ์” ให้จบๆ

ริโอ แนะ กอร์ดอน

 ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตผู้เล่นกองหลังทีมชาติอังกฤษ ได้ออกโรงแนะนำไปยังผู้เล่นรุ่นลูกของตัวเองอย่าง แอนโธนี่ กอร์ดอน แนวรุกของทีม “ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ให้ทำใจกล้า และเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารของสโมสรของเขาเองแบบตรงไปตรงมา หากว่าใจของเขานั้น อยากที่จะย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

 กอร์ดอน ในวัย 21 ปี ได้กลายเป็นผู้เล่นเป้าหมายหลักของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ต้องการจะคว้าตัวเขา ให้ย้ายมาร่วมทัพ ก่อนที่ตลาดการซื้อขายผู้เล่นรอบนี้ จะปิดตัวลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ซึ่งทีมยักษ์ใหญ่จากกรุวลอนดอน ก็มีความเต็มใจที่พร้อมจะจ่ายเงินก้อนโตถึง 60 ล้านปอนด์ สำหรับให้ เอฟเวอร์ตัน ปล่อยตัวผู้เล่นเยาวชนรายนี้ ออกมาจากถิ่น กูดิสัน ปาร์ค

 โดยในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ เอฟเวอร์ตัน ออกไปเยือนทีม “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด นั้น กอร์ดอน ก็เป็นผู้เล่นที่สามารถยิงประตูให้กับทีมของเขาได้ แม้ผลสุดท้ายทั้งสองทีมจะต้องรับผลเสมอ และแบ่งแต้มกันไปทีมละ 1 คะแนนก็ตาม ซึ่งจากภาษากายของ กอร์ดอน ในช่วงหลายๆ เกมที่ผ่านมานั้น เจ้าตัวก็ดูจะมีแนวโน้ม ที่เหมือนต้องการอำลาทีมของตัวเองอีกด้วย

 โดยสิ่งที่สามารถดึงดูดให้ กอร์ดอน เกิดความสนใจ ในการที่จะย้ายออกจากสโมสรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมานั้น ก็ด้วยเหตุผลที่ เชลซี ได้สิทธ์ในการไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ถึงอย่างไรแล้ว เวลาที่เจ้าตัวจะตัดสินใจว่าจะได้ย้ายไปหรือไม่นั้น ก็ดูเหลือน้อยเต็มที ซึ่งทาง เฟอร์ดินานด์ ก็ได้ชี้ทางถึงหนทางที่ กอร์ดอน จะสนองความต้องการได้ ก็คือการเข้าไปพูดคุยกับฝ่ายบริหารของ เอฟเวอร์ตัน นั่นเอง

ริโอ แนะ กอร์ดอน เฟอร์ดินานด์ ได้แสดงความคิดเห็น

ถึงประเด็นนี้ ผ่านทางช่อง YouTube ของเขาเองอย่าง FIVE ไว้ว่า “ตอนนี้เขามีมูลค่าเท่าที่ประเมินไว้หรือไม่? ซึ่งความเป็นจริงในตอนนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วเขาควรที่จะมีค่าตัวที่สูงถึง 60 ล้านปอนด์จริงๆ หรือ? มันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเป็นแบบนั้น เพราะไอ้หนูนี่ คือเพชรที่อยู่บนยอดของมงกุฎของ เอฟเวอร์ตัน ณ ขณะนี้”

 “พวกเขาไม่ต้องการที่จะเห็น กอร์ดอน จากไป เพราะเขาคือขวัญ และกำลังใจของสโมสร ซึ่งรวมไปถึงแฟนๆ ในสนาม มันเป็นเรื่องที่รับได้ยากจริงๆ แต่ถ้าเขาต้องการที่จะไป เขาก็ต้องเข้าไป และแสดงจุดยืนกับ ผู้จัดการทีม และประธานสโมสร ด้วยการพูดว่า ‘ผมต้องการย้ายครับ’ และก็คอยดูว่าพวกเขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

 ส่วนทางด้าน แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม และ บิล เคนไรท์ ในฐานะประธานสโมสร ก็ดูจะหวังว่าสถานการณ์ของ กอร์ดอน จะไม่ต้องลงเอยด้วยการย้ายทีม โดยที่ผ่านมา เอฟเวอร์ตัน ก็เป็นสโมสรที่มักจะต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญของพวกเขา ให้กับสโมสรใหญ่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในรายของ เวย์น รูนีย์ ผู้ที่เคยเป็นลูกหม้อของสโมสร ซึ่งก็มีสถานะไม่แตกต่างจาก กอร์ดอน ในตอนนี้เสียเท่าไหร่

 โดย แลมพาร์ด ก็ได้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง ในเรื่องนี้ว่า “แอนโธนี่ ไม่ควร ไม่ควรเลยจริงๆ ที่จะทำแบบนั้นกับผม ซึ่งถ้าหากว่าเขาได้ลองที่จะนั่งชมเกม เขาก็จะได้เห็นในด้านที่แตกต่างไปจากฝั่งของผม ไม่ต้องสงสัยเลย ผมรู้ดีกับสถานการณ์ของเขา”

 “ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ และความสนใจในตัวเขาในตอนนี้ มันเป็นอะไรที่กลือไม่เข้า คายไม่ออก ผมเข้าใจดี เพราะผมก็เคยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อย ที่มีความทะเยอทะยานเช่นกัน มันคือความดี ความชอบของ แอนโธนี่ เขาทำงานอย่างหนัก เขาต้องการที่จะพัฒนาขึ้น”

อ่านข่าวอื่น

ริโอ ชี้อย่าคาดหวังกับ แอนโทนี่

ริโอ ชี้อย่าคาดหวังกับ แอนโทนี่มากเกิน ชี้! เจ้าตัวต้องกดดันหนักแน่

ริโอ ชี้อย่าคาดหวังกับ แอนโทนี่

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานกองหลังของทีมชาติอังกฤษ และทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกโรงเตือนไปยังแฟนๆ ของทีมผีแดงว่า แอนโทนี่ แนวรุกชาวบราซิลเลี่ยน วัย 22 ปี

ที่กำลังจะเปิดตัว เป็นผู้เล่นใหม่ของสโมสร ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะต้องได้รับโอกาส และเวลาให้ตัวเขาได้ปรับตัว สำหรับการเล่นฟุตบอล และใช้ชีวิตรูปแบบที่แตกต่างออกไป ในประเทศอังกฤษ เพื่อที่จะได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจให้เกิดขึ้นได้ ในอนาคตข้างหน้า

 แอนโทนี่ คือหนึ่งในผู้เล่นหลายๆ คนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ย้ายเข้ามาสู่ทีม ด้วยจำนวนค่าตัวที่แพงระยับถึง 84.2 ล้านปอนด์ หลังจากสโมสรต้นสังกัดอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มีความต้องการที่จะปล่อยตัวในมูลค่าที่พวกเขาคาดหวังไว้เท่านั้น แม้ว่าจากการประเมินของเว็บไซต์ผู้ให้ข้อมูลนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง transfermarkt.com จะให้ แอนโทนี่ มีมูลค่าทางการตลาดอยู่เพียงแค่ 29.9 ล้านปอนด์ก็ตาม

 แต่ถึงอย่างไรแล้ว เฟอร์ดินานด์ ในฐานะที่ตัวเขาก็เป็นผู้เล่น ที่ย้ายเข้ามาร่วมชายคาถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวอันมหาศาลในปี 2002 ก็ได้แนะนำว่า แอนโทนี่ จะต้องเจอความกดดันอันมหาศาล ที่จะถาโถมเข้ามาสู่ตัวเขาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงในกรณีของ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์เจ้าสำราญ ที่ได้ย้ายออกจากทีมแอสตัน วิลล่า ไปอยู่กับทีมดีกรีแชมป์อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นที่แล้ว แต่เจ้าตัวก็ต้องเจอกับความยากลำบาก ในการที่จะทำผลงานให้เกิดความประทับใน และสอดคล้องกับจำนวนค่าตัวที่เป็นสถิติสูงสุดของเกาะอังกฤษตำนวน 100 ล้านปอนด์ นั่นเอง

ริโอ ชี้อย่าคาดหวังกับ แอนโทนี่ เฟอร์ดินานด์ ได้พูดถึง

ประเด็นของ แอนโทนี่ ผ่านทางช่อง YouTube ของตัวเขาเองอย่าง io Ferdinand Presents FIVE ไว้ว่า “มันเป็นความกดดัน สำหรับผู้เล่นใหม่ที่ถูกเซ็นสัญญาเข้ามา ตอนที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เข้ามา มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้กดดันสักเท่าไหร่ มันเหมือนกับว่าเขาได้มองข้ามในเรื่องของราคาค่าตัวของตัวเอง ในการย้ายมาสู่ แมนฯ ยูไนเต็ด”

 “ซึ่ง แอนโทนี่ เข้ามาด้วยค่าตัวถึง 100 ล้านปอนด์ หรือจำนวนราวๆ นี้ ซึ่งพวกเราก็หวังว่า สิ่งนั้นจะไม่เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาต้องคอยแบกมันไว้บนบ่าของตัวเอง ลองมองไปที่ กรีลิช ในช่วงปีที่ผ่านมา เขาไม่ใช่คนเดียวอย่างที่เคยเล่นให้กับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงเลยทีเดียว”

 “เขาได้แชมป์ลีก และเขาก็ดูมีความสุข ซึ่งสิ่งที่ผ่านมามันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว แต่ในบางครั้ง เมื่อผู้เล่นต้องย้ายทีมภายใต้ค่าตัวอันมหาศาล มันก็ดูจะทำให้พวกเขา ไม่สามารถเล่นได้อย่างอิสระ เหมือนอย่างที่พวกเขาเคยเล่นมาก่อนหน้านี้ได้ และมันก็จะมีปัจจัยต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลกระทบ”

 “มันอาจจะเป็นราคาค่าตัวที่ทำให้ต้องแบกรับไว้หนักมากๆ ทั้งในเรื่องของความกดดัน และการให้ความสนใจที่จะทำให้คุณเหมือนอยู่ในสปอตไลท์ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมภายในสโมสร และวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่เขาอาจจะไม่คุ้นเคย และสุดท้ายก็คือการทำทีมที่มีความแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง”

 “3 ปัจจัยนี้มันจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเซ็นสัญญาย้ายทีม แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องมีลักษณะนิสัย ที่สามารถรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ”

 “หลายคนคงจะลืมไปเช่นกันว่า ที่เราใช้เงินจำนวนมาก เพื่อ แอนโทนี่ เขาคงไม่สามารถที่จะมาตอบโจทย์ทุกอย่างได้ ซึ่งเขาอายุแค่ 22 ปี ดังนั้นก็ต้องเข้าใจด้วยว่าพวกเราได้ซื้อความสามารถของผู้เล่นที่อายุ 22 เพื่อมาทำผลงาน ซึ่งเราก็อย่าไปคาดหวังมากจนเกินไป ว่าเขาจะต้องระเบิดฟอร์มตั้งแต่วันแรกที่ลงสนามในทันที”

 “เมื่อวันก่อน สโคลซี่ (พอล สโคลส์) ได้พูดไว้ได้ดีมากๆ ว่า วันนี้เราต้องอย่าไปให้ความสนใจกับราคาค่าตัวของเขา เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ประหลาด และมันก็เข้ามามีส่วนในการตัดสินในสิ่งที่พวกเขาเป็น”

 “มาร์ติเนซ มีประสบการณ์มากกว่านิดหน่อย และเมื่อเรามองไปที่ แอนโทนี่ เขาเป็นคนที่มีความสามารถสูง ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะสามารถทำอะไรให้กับทีมได้บ้าง”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

TheTimes ยืนยัน โด้อยากย้ายออก

TheTimes ยืนยัน โด้อยากย้ายออก

TheTimes ยืนยัน โด้อยากย้ายออก ผี แม้เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน The Times สื่อดังแห่งสหราชอาณาจักร ได้มีการรายงานถึง สถานการณ์ความเป็นไปล่าสุด ของซุปเปอร์สตาร์หมายเลข 7 อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงอยู่ในสถานะ

ที่พร้อมจะย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เช่นเดิม แม้ว่าในอีกไม่กี่วันนี้ ตลาดการซื้อขายผู้เล่น ในรอบซัมเมอร์ของปี 2022 กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้านี้แล้วก็ตาม

เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ โรนัลโด้ พยายามในทุกวิถีทางที่ตัวเขาจะทำได้ ในการหาหนทาง ที่จะย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อไปร่วมกับสโมสรอื่น ที่สามารถตอบสนอง ความทะเยอทะยาน ของตัวเองได้มากกว่า

แม้ว่าสัญญาของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส จะยังคงเหลืออยู่กับทีมผีแดงเป็นระยะเวลาอีก 12 เดือน

 โรนัลโด้ ได้เดินหน้าแผนการของตัวเอง มาตั้งแต่ช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องออกเดินทางไปยังทวีปเอเชีย เพื่อลงแข่งเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่น ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ยอมเดินทางเข้ามาร่วมทีมตั้งแต่ในช่วงเวลานั้น

จนกระทั่งทัวร์การแข่งขันสิ้นสุดลง แต่ถึงกระนั้นเอง โรนัลโด้ และเอเย่นต์ส่วนตัวของเขาอย่าง ฮอร์เก้ เมนเดส ก็ยังไม่สามารถที่จะหาสโมสร ที่พร้อมจะอ้าแขนรับตัวเขา ไปร่วมทีมเพื่อลงทำการแข่งขันในฤดูกาลหน้าได้เลย

จึงต้องทำให้ โรนัลโด้ ดูจะต้องก้มหน้าก้มตายอมรับ และเดินทางกลับมาสู่สโมสรอีกครั้ง แม้ในใจลึกๆ แล้วเจ้าตัวอาจจะไม่ค่อยสมัครใจเสียเท่าไหร่

 ในช่วง 2 เกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันใน พรีเมียร์ลีก นั้น โรนัลโด้ ต้องตกอยู่ในฐานะผู้เล่นที่ออกสตาร์ทในซุ้มม้านั่งสำรองเพียงเท่านั้น ทั้งเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ 2-1 และเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปคว้า 3 คะแนนจากทีม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน

ซึ่งถ้าหากดูจากภาษากายของ โรนัลโด้ ที่ออกมา เจ้าตัวก็ยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพของตัวเองออกมาต่อหน้าแฟนบอล และไม่ได้มีภาวะอารมณ์ที่ฉุนเฉียวเสียเท่าไหร่

TheTimes ยืนยัน โด้อยากย้ายออก รายงานเพิ่มเติม

แต่ถึงอย่างไรแล้ว จากการรายงานของ Times ก็ยืนยันว่า โรนัลโด้ ที่นอกเหนือจากความไม่พอใจ ในส่วนผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่สู้ดีในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา แต่ในเรื่องของสัญญา และค่าจ้างของเขานั้น จะต้องถูกลดลงตามเงื่อนไขที่สโมสรกำหนดไว้ หากว่าผลงานของทีมนั้นห่างไกลจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ นั่นคือการผ่านเข้าไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง

 โดยเหล่าผู้เล่นทุกคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างยอมรับที่พวกเขานั้น จะต้องถูกลดค่าจ้างลงไปถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แต่ถึงอย่างไร โรนัลโด้ กลับไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขดังกล่าว โดยเจ้าตัวก็อ้างว่า เขาไม่ได้มีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบต่อผลงานอันย่ำแย่ของสโมสร เพราะตัวเขาสามารถยิงไปถึง 18 ประตู ในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งถ้าหากว่า โรนัลโด้ ต้องถูกลดค่าจ้างตามที่กำหนดไว้ เขาก็จะเป็นผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบมากกว่าทุกคนในทีม

 แม้จะเหลือเวลาย้ายทีมอีกไม่กี่วัน แต่ก็ยังมีสโมสรที่ดูจะเป็นหนทางรอดให้ โรนัลโด้ หนีออกจากความตกต่ำในเส้นทางอาชีพของตัวเอง โดยทีม “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด ก็ดูจะกลับมาเป็นข่าวกับ โรนัลโด้ อีกครั้ง ถึงแม้ว่าเหล่าแฟนบอลของทีม จะแสดงออกในเชิงต่อต้านไม่ให้สโมสรัก เซ็นสัญญาอดีตผู้เล่นทีมคู่อริของพวกเขาคนนี้ก็ตาม

 แต่ตัวกุนซือใหญ่อย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ก็ดูจะมีความชื่นชอบ และหวังเล็กๆ ว่าเขาจะได้ตัว โรนัลโด้ มาเสริมแกร่งให้ทีมของตัวเอง เพราะนายใหญ่ชาวอาร์เจนติน่า เชื่อว่า โรนัลโด้ จะสามารถสร้างอิมแพ็คให้กับทีมได้ เหมือนอย่างที่ หลุยส์ ซัวเรซ เคยทำไว้ ในตอนที่เจ้าตัวย้ายออกมาจากทีมบาร์เซโลน่า ในปี 2020 จนสามารถพา แอตเลติโก้ ก้าวไปคว้าแชมป์ ลาลีก้า ได้ในที่สุดนั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ลิเวอร์พูล หวังดึง เบลลิงแฮม

ลิเวอร์พูล หวังดึง เบลลิงแฮม แก้ไขปัญหากองกลาง ด้วยการคว้าตัว ‘ลูก้า โมดริช คนต่อไป’ เข้าร่วมทีม

ลิเวอร์พูล หวังดึง เบลลิงแฮม

เมื่อเส้นตายสำหรับตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ลิเวอร์พูล ก็ต้องการมิดฟิลด์เพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งคน แม้แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เองก็ยอมรับเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศว่า เขาพอใจกับทีมของเขาแล้ว แต่ล่าสุด กุนซือชาวเยอรมัน ก็ยอมรับเมื่อวันศุกร์ว่า “ผมคิดผิด ในสถานการณ์นี้ เราจะทำบางอย่าง แต่นักเตะต้องเป็นคนที่เหมาะสม”

ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะรอคว้าตัว จูด เบลลิงแฮม ในช่วงซัมเมอร์หน้า แต่ฟอร์มของพวกเขาในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เราได้เห็นแล้วว่า เจมส์ มิลเนอร์ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องดิ้นรนอย่างหนัก มันจำทำให้เห็นว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการในทันที พวกเขาต้องการมิดฟิลด์ในตอนนี้ และอย่างน้อยก็อีกคนในซัมเมอร์หน้า

มิลเนอร์ จะอายุ 37 ปี ใน เดือนมกราคม ปีหน้า และไม่สามารถพึ่งพาร่างกายในการแข่งขันที่รุนแรงได้อีกต่อไป ในขณะที่ เฮนเดอร์สัน ดูเหมือนจะดรอปลงไป ส่วนนักเตะในรายอื่นๆเช่น นาบี เกอิต้า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และติอาโก้ อัลคันทาร่า มีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บ ส่วน ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ อายุแค่ 19 ปี และระดับการเล่นของ เคอร์ติส โจนส์ ก็ไม่ชัดเจน

หากสโมสรสีแดงแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ตอบสนองอย่างรวดเร็ว พวกเขาสามารถดึงผู้เล่นที่มีคุณสมบัติที่น่าดึงดูด เพื่อหนุนทีมของคล็อปป์ในระยะสั้นและระยะยาว และทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในราคาที่เหมาะสม แต่การจะตกลงกันได้ ลิเวอร์พูล ต้องแย่งชิงผลประโยชน์จาก แอตเลติโก มาดริด

นักเตะคนดังกล่ว คือ โลวโร มาเยอร์ ของ แรนส์ เป็นนักเตะหมายเลข 10 ที่ถูกขัดเกลาให้กลายเป็นหมายเลข 8 โดย มาเยอร์ ทำได้ 6 ประตูกับอีก 8 แอสซิสต์ จาก 29 เกมในลีกเอิงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ช่วยให้ แรนส์ จบอันดับสี่ และผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีก

บทบาทการเล่นของเขาเหมือนกับเควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งจะยืนอยู่ทางขวามือของระบบ 4-3-3 มาเยอร์ มีเทคนิคสุดยอด และเป็นนักเตะที่ส่งบอลระดับสูง โดยติดอันดับต้นๆ ของลีก ในเกือบทุกรูปแบบของการจ่ายบอล นอกจากนั้นเขายังเป็นคนที่ครองบอลได้ดีและมีความนิ่งที่ยอดเยี่ยม

เมื่อ ติอาโก้ ไม่อยู่ในทีม แม้ ลิเวอร์พูล จะพยายามควบคุมเกมอย่างมีประสิทธิภาพและพาบอลขึ้นไปข้างหน้า แต่มันก็ยังได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการสูญเสียคลาส การควบคุม และคุณภาพทางเทคนิค

นักเตะทีมชาติโครเอเชียรายนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ลูก้า โมดริช คนต่อไป’ ในประเทศของเขา และในวัยเพียง 24 ปี ซึ่งกำลังจะอายุ 25 ปี ในเดือนมกราคม ก็เป็นวัยที่เหมาะสมสำหรับลิเวอร์พูล แต่ว่าก็ต้องแย่งชิงกับ แอตเลติโก้ มาดริด

รายงานในสเปนระบุว่า ลิเวอร์พูล หวังดึง เบลลิงแฮม

รายงานในสเปนระบุว่า ทีมตราหมี พร้อมที่จะจ่ายเงินประมาณ 21 ล้านปอนด์ (25 ล้านยูโร) เพื่อเซ็นสัญญากับเขาในช่วงซัมเมอร์นี้

อีกทั่้งยังเชื่อกันว่า ค่าตัวของ มาเยอร์ อาจสูงขึ้นถึง 34 ล้านปอนด์ (40 ล้านยูโร) หากต้องการที่จะคว้าตัว มาเยอร์ แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล หากพิจารณาจากประวัติและอายุของเขา โดยค่าธรรมเนียมในยการย้ายทีม ก็ไม่แตกต่างกันมากนักสำหรับกองกลางคนอื่นๆ ที่ย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ เช่น ฟาบิโอ วิเอร่า ที่ย้ายจาก ปอร์โต้ มาร่วมทีม อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และ มาเตอุส นูเนส ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน จากย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน 38 ล้านปอนด์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 42 ล้านปอนด์

มีตัวเลือกที่คุ้มค่าในตลาดน้อยมากสำหรับ ลิเวอร์พูล ในช่วงสุดท้ายของตลาดรอบนี้ แต่ มาเยอร์ อาจเป็นหนึ่งในนั้น ถ้า ‘หงส์แดง’ สามารถเอาชนะแอตเลติโก ได้ และถ้าเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานในอังกฤษได้เหมือน โมดริช การคว้าตัวเขามา อาจเป็นการเสริมทัพที่ใช้ประโยช์ได้ไปเต็มๆ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

หาก โอบา ย้ายไปเชลซี

หาก โอบา ย้ายไปเชลซี มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ตอบคำถามที่น่าอึดอัดใจ

หาก โอบา ย้ายไปเชลซี

เมื่อถูกนักข่าวถามเกี่ยวกับอนาคตของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่จะย้ายไปเชลซี เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา หลังจากที่กองหน้าทีมชาติกาบอง ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อต้นปีนี้ หลังจากที่มีข่าวว่าทะเลาะกับ อาร์เตต้า เและตอนนี้เขามีข่าวเชื่องโยงที่จะย้ายไปอยู่กับคู่แข่งร่วมเมืองของ อาร์เซนอล

โอบาเมยอง ถูกปลดออกจากตำแหน่งกัปตันทีมของ อาร์เซนอล  ก่อนที่ อาร์เซนอล จะยกเลิกสัญญากับ โอบาเมยอง ซึ่งทำให้อาร์เซนอลต้องจ่ายเงินหลายล้านเพื่อชดเชยให้กับเขา หลังจากนั้น โอบาเมยอง ก็ย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า พร้อมทั้งระเบิดฟอร์มถล่มประตู โดยทำไป 11 ประตู จากการลงสนาม 17 นัดในลาลีก้า ก่อนที่จะมีข่าวเชื่อมโยงกับ เชลซี ยอดทีมจากลอนดอน ในตลาดซัมเมอร์นี้

การกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งของ โอบาเมยอง อาจเป็นเวทีให้เขาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และก็เป็นทางฝั่ง เชลซี ต้องการใช้บริการดาวยิงรายนี้ โดยเชื่อกันว่า ทีมลอนดอนบลู จะสามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้อย่างไม่มีปัญหา และตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองสโมสร ว่าจะตกลงราคากันได้หรือไม่

หาก โอบา ย้ายไปเชลซี เมื่อถูกกดดันให้ตอบคำถาม อาร์เตต้า ได้ตอบนักข่าวไปว่า

“ในส่วนที่เกี่ยวกับโอบา มันคืออนาคตของเขา และเราขออวยพรให้เขาโชคดี ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร”

จากนั้นกุนซือ อาร์เซนอล ก็ถูกถามว่าเขาจะพบกับกองหน้ารายนี้เพื่อดื่มกาแฟหรือไม่? ซึ่งเขาตอบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาว่า

“ปกติผมไม่ทำอย่างนั้นกับนักเตะ”

โอบาเมยอง ใช้เวลาสี่ฤดูกาลกับ อาร์เซนอล โดยทำประตูได้ 92 ประตูจาก 163 นัด ในขณะที่การตัดสินใจปล่อยเขาไปนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆ คน และดูเหมือนว่า ทีมอาร์เซนอล จะมีความกลมกลืนกันมากขึ้น และพวกเขาได้คว้าตัวกองหน้าเข้ามาแทนที่ โอบาเมยอง ในซัมเมอร์นี้ ด้วยการดึงตัว กาเบรียล เฆซุส นักเตะชาวบราซิล จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เฆซุส ในวัย 25 ปีโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิง 2 ประตู และจ่ายอีก 3 ลูก ในเกมพรีเมียร์ลีก 3 เกมแรกของเขา หลังจากย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วย เงิน 45 ล้านปอนด์ โดยที่เหล่าเดอะกันเนอร์ส แอบหวังเล็กๆว่าด้วยฟอร์มแบบนี้ เฆซุส อาจเป็นหนึ่งในนักเตะที่จะคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของ พรีเมียร์ลีก หลังจบฤดูกาลนี้ แต่การเข้ามาของ โอบาเมยอง อาจเป็นคู่แข่งโดยตรงในการคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก

เชื่อว่าการเจรจาโดยตรงระหว่าง สิงห์บลูส์และบาร์เซโลน่า ยังดำเนินอยู่ แต่ความปรารถนาของ เชลซี ที่จะนำมาร์กอส อลอนโซ่ เป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยน มันทำให้เกิดความยุ่งยาก เนื่องจาก บาร์ซ่า อาจพบว่าตัวเองอาจมีปัญหาทางการเงิน ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถลงทะเบียน ฌูลส์ คุนเด้ นักเตะที่เพิ่งย้ายเข้ามาในตลาดฤดูร้อนนี้ 

โอบาเมยอง และ โธมัส ทูเคิ่ล มีความสัมพันธ์ที่ดีในระหว่างที่พวกเขาร่วมมือกันที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และคาดว่า โอบาเมยอง จะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องกองหน้าตัวเป้าของ เซลซี ได้ในทันที ส่วนทาง อาร์เซนอล ก็แง้มๆว่า จะเซ็นสัญญานักเตะในตำแหน่งตัวรุกเข้ามาใหม่ หลังจากที่ปล่อย นิโคลาส เปเป้ ไปอยู่กับ นีซ ในรูปแบบการยืมตัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

หงส์ ไม่หนักรอบแบ่งกลุ่ม UCL

หงส์ ไม่หนักรอบแบ่งกลุ่ม UCL, “JK” ตื่นเต้นที่จะได้เจอ “เรนเจอร์ส”

หงส์ ไม่หนักรอบแบ่งกลุ่ม UCL

 เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ออกมายอมรับว่า ลูกทีมของเขาอาจจะต้องเจอกับความท้าทายอย่างจริงจัง หลังจากที่ได้ทราบผลการจับสลากในรอบแบ่งกลุ่มของรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่า ลิเวอร์พูล จะต้องไปอยู่ในกลุ่ม A โดยต้องแข่งขันกับทีมอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, นาโปลี และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส

 โดยนายใหญ่แห่ง แอนฟิลด์ ก็ดูจะออกอาการตื่นเต้น พร้อมกับสีหน้าที่ยิ้มแย้มเล็กน้อย จากการที่ ลิเวอร์พูล ดูจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่หนักหนาสาหัส มากเสียเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับกลุ่มอื่นๆ ที่สโมสรยักษ์ใหญ่ ต้องมาโคจรเจอกันเอง แต่ถึงอย่างไรแล้ว คล็อปป์ ก็มองว่า การที่จะต้องเผชิญหน้ากับทีม เรนเจอร์ส สโมสรชื่อดังจาก สก็อตแลนด์นั้น ถือเป็นเกมที่สำคัญ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1892 ที่ทั้งสองทีม ต้องมาเจอกันในเวทียุโรปอีกด้วย

หงส์ ไม่หนักรอบแบ่งกลุ่ม UCL คล็อปป์ ได้กล่าวเปิดใจกับทางผู้สื่อข่าว

ถึงประเด็นผลการจับสลาก รอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ว่า “อย่างแรกที่ผมจะพูดก็คือ ครั้งนี้มันเป็นอะไรที่ท้าทายอย่างจริงจังเลย เรนเจอร์ส คือคู่แข่งใหม่ของเรา แต่เราก็รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดีเช่นกัน”

 “เรื่องราวของพวกเขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันเป็นอะไรที่น่าสนใจ และพวกเขาก็ทำได้ดีจริงๆ ในการที่จะสามารถผ่านรอบคัดเลือก จนมาถึงรอบแบ่งกลุ่มได้ เรารู้จักผู้เล่นของพวกเขาเป็นอย่างดี และ ไรอัน เคนท์ ก็มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ที่เขาย้ายมาที่ สก็อตแลนด์ รวมไปถึง เบน เดวิส ที่เพิ่งจะเริ่มต้นกับ เรนเจอร์ส ดังนั้น มันก็น่าจะเป็นการเผชิญหน้าที่ดี กับการเจอกับพวกเขา”

 “ส่วนความแตกต่างในปีนี้ก็คือ รอบแบ่งกลุ่มจะสั้นกว่าปกติ ดังนั้นเราจึงจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่แค่ในเรื่องของคุณภาพในการรับมือคู่แข่งเท่านั้น แต่มันยังจะต้องคำนึงถึงความต้องการ และจังหวะที่จะมีความแตกต่างเกิดขึ้นอีกด้วย”

 “แต่เราก็จะไม่มองว่ามันเป็นอะไรที่ยากจนเกินไป ในการหาข้อมูลที่เกี่ยวกับทีมคู่แข่งของเรา ทาง เรนเจอร์ส เราดูจะทราบสถานการณ์ของพวกเขาดี และเราก็เคยเสมอกับ นาโปลี อยู่เป็นปกติ และในช่วงไปกี่ปีที่ผ่านมา เราก็เคยเล่นเกมที่ยาก กับทาง อาแจ็กซ์ฯ ถึง 2 แมตช์”

 “เราจะไม่ระบุถึงฝ่ายใดเป็นพิเศษ ที่จะให้ความสำคัญ แต่นี่คงไม่ใช่การแข่งขันที่เราจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ง่าย ในการที่จะผ่านไป เพราะในตอนนี้มาตรฐานของฟุตบอล มันก็สูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ”

 นอกจากนี้ อดีตผู้เล่น และผู้จัดการทีมชาติอังกฤษอย่าง เกล็น ฮอตเดิ้ล ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นในฐานะกูรูฟุตบอลว่า ลิเวอร์พูล ที่ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้หนักหนาอะไรใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ แต่ด้วยปัญหาเดิมๆ ที่ทีมต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่องก็คือ เรื่องผู้เล่นหลายรายได้รับบาดเจ็บ ก็น่าจะทำให้ ทีมหงส์แดง ต้องเจอกับศึกหนักที่จะต้องรับมือกับทีมในประเทศ และในเวทียุโรป

 ฮอตเดิ้ล ได้กล่าวผ่านทาง BT Sport ไว้ว่า “สถานการณ์มันไม่ได้เป็นไปในทางที่ดี ตามที่พวกเขานั้นต้องการ พวกเขามีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บมากมายในตอนนี้ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นกับผู้เล่นตัวหลัก มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะรักษามาตรฐานเอาไว้ แต่พวกเขาจะต้องทำมันอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ฤดูกาล พวกเขาคว้าถ้วยใหญ่ในประเทศได้ 2 รายการ แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นไปได้ด้วยดีเท่าไหร่”

 “ผมคิดว่าพวกเขามีคุณภาพของทีม ที่เพียงพอสำหรับทั้งในสนาม และนอกสนาม ด้วยฝีมือของ คล็อปป์ และประสบการณ์ของเขา ที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ให้กลับคืนมา แต่พวกเขาก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ เก็บแต้มนำพวกเขาให้ห่างไปถึง 5-6 คะแนน ในช่วงต้นฤดูกาลนี้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Page 2 of 4

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén