Month: September 2022 Page 1 of 2

คาร์ร่า เหน็บ ไบยี่

คาร์ร่า เหน็บ ไบยี่ เก่งไม่เท่าเขา ก็อย่าไปโทษใคร! “คาร์ร่า” เหน็บ! “ไบยี่” กรณีโทษ “ผี” ให้โอกาสผู้เล่นอังกฤษ ลงเล่นมากกว่าตน

คาร์ร่า เหน็บ ไบยี่

 เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตผู้เล่นของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเหน็บแนม เอริค ไบยี่ ปราการหลังชาวไอวอรี่ โคสต์ ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับทีม โอลิมปิก มาร์เซย แบบสัญญายืมตัว

จากเหตุที่ตัว ไบยี่ ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ทีมผีแดง เมื่อไม่นานมานี้ว่า สโมสรดูจะให้ความสำคัญกับผู้เล่นชาวอังกฤษ ในการให้่โอกาสลงสนาม มากกว่าผู้เล่นที่เป็นชาวต่างชาติ อย่างเช่นตัวของเขานั่นเอง

 ในช่วงซัมเมอร์นี้ ไบยี่ ต้องเก็บข้าวของส่วนตัว ย้ายออกจากถิ่น โรงละครแห่งความฝัน เพื่อไปหาโอกาสในการลงโชว์ฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยตัวของ ไบยี่ นั้นก็มีความเชื่อที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด

มักจะมองข้ามผู้เล่นชาวต่างชาติ ในการเลือกให้ลงสนามอย่างเป็นประจำ และตัวเขาก็หวังว่านายใหญ่คนใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก จะเป็นผู้ที่สามารถแก้ไข สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ได้ในอนาคต

 ไบยี่ ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมากับสื่อ ถึงสถานการณ์ภายในห้องแต่งตัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไว้ว่า “สโมสรควรที่จะหลีกเลี่ยง การให้ความชื่นชมกับบรรดาผู้เล่นชาวอังกฤษ แบบเป็นพิเศษ และพวกเขาก็ควรที่จะให้โอกาสสำหรับผู้เล่นทุกๆ คน”

 “สโมสรควรส่งเสริมในเรื่องของ การแข่งขันภายในห้องแต่งตัว ไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับบางสิ่ง ซึ่งผมมีความรู้สึกว่า ผู้เล่นชาวต่างชาติ มีความสำคัญต่อทีมมาโดยตลอด เรื่องแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับ เชลซี หรือสโมสรยักษ์ใหญ่ทีมอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก”

 “บางคนมองว่า พวกเขา (ผู้เล่นชาวอังกฤษ) เป็นตัวการของจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ทีมเกิดความอ่อนแอ แต่โชคดีที่ เทน ฮาก มีตัวเลือกที่มากมาย และผมหวังว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงจังหวะของทีมได้”

คาร์ร่า เหน็บ ไบยี่ แต่ถึงอย่างไรแล้ว ทาง คาร์ราเกอร์ ในฐานะของการเป็นนักวิเคราะห์

เป็นอดีตผู้เล่นมาก่อน ก็ดูจะไม่ได้เห็นด้วย กับความคิดเห็นของ ไบยี่ และเจ้าตัวก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นนี้ ผ่านทาง Twitter ส่วนตัว ไว้ว่า “มันเป็นเรื่องที่ดูจะไม่สมเหตุสมผลจริงๆ”

 “ไบยี่ ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง และผลงานของเขาในตอนลงสนาม มันก็ดูแย่ด้วย ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ยังคงต้องซื้อตัวผู้เล่น ที่จะต้องมาเล่นแทนเขา! และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่ดีกว่าอีกด้วย”

 ไบยี่ ย้ายมาเป็นผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 ด้วยการที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ซื้อตัวเขามาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านปอนด์ แต่ในช่วงเวลาในการลงเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด นั้น ไบยี่ ก็มักเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายๆ คนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นประจำ

 และในฤดูกาล 2021-22 ไบยี่ ได้รับโอกาสลงเล่นจากผู้จัดการทีมอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลขา และ ราล์ฟ รังนิก รวมกันเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ซึ่งก็มี 1 เกม ที่เจ้าตัวสามารถทำประตูให้ทีมได้ด้วย นั่นก็คือในแมตช์ “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่ ไบยี่ ยิงประตูใส่ทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง

 โดยในซัมเมอร์ปี 2022 นี้ ไบยี่ ก็มีความหวังว่า เขาจะสามารถทำผลงาน พิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้ง กับทีมใหม่อย่าง มาร์กเซย โดยสัญญาการยืมตัวของ ไบยี่ ในครั้งนี้นั้น ก็จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมในส่วนของ การขยายสัญญายืมตัวเพิ่มได้อีก 12 เดือน หากว่า แมนฯ ยูไนเต็ด และทาง มาร์กเซย นั้นมีความยินยอมให้เกิดขึ้น

อ่านข่าวอื่น

เป๊ป ให้เหตุผลโฟเด้น ลงทุกนัด

เป๊ป ให้เหตุผลโฟเด้น ลงทุกนัด เขาสมควรที่จะได้ลงทุกนัด! “เป๊ป” ไขเหตุผลที่ให้ “โฟเด้น” ลงทุกเกม แม้ช่วงหลังจะฟอร์มตกบ้าง

เป๊ป ให้เหตุผลโฟเด้น ลงทุกนัด

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาให้เหตุผลว่า เหตุใดทำไมเขาถึงให้ความไว้วางใจ กับผู้เล่นวัยเพียง 20 ต้นๆ อย่าง ฟิล โฟเด้น ในการให้สถานะ เป็นผู้เล่นคนสำคัญ ของทีมอยู่เสมอ

ในช่วงหลังมานี้ โดยในเกมนัดเปิดสนาม ของรอบแบ่งกลุ่มศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ โฟเด้น ก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการยิง 1 ประตู ให้ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ เซบีย่า ไปได้ 4-0 อีกด้วย

 โฟเด้น ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงลบมากพอสมควร สำหรับสไตล์การเล่นในฤดูกาลนี้ ที่เจ้าตัวมักจะไม่ชอบจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะกับดาวยิงคนใหม่อย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ แต่ถึงอย่างไรแล้ว

กุนซือชาวสเปนก็ยังตัดสินใจ เลือก โฟเด้น ให้ลงสนามในฐานะผู้เล่น 11 คนแรก ทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ทุกๆ เกม และทำให้ผู้เล่นอย่าง ริยาร์ด มาห์เรซ และแนวรุกตัวใหม่ จูเลียน อัลวาเรซ ต้องอยู่ในฐานะตัวสำรองเพียงเท่านั้น

 ในเกมยุโรปนัดล่าสุดนี้ โฟเด้น ดูจะมีการประสานงานที่ค่อนข้างจะลงตัว กับทาง แจ็ค กรีลิช ที่ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ และนอกเหนือจากที่เขา มีส่วนในการเป็นผู้ทำสกอร์แล้ว โฟเด้น ยังมีประโยชน์ให้ ฮาลันด์ สามารถทำ 2 ประตู ในเกมนี้ได้อีกด้วย

ซึ่งในช่วงที่สกอร์ในการแข่งขัน ดูจะขาดลอยแล้ว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ได้เปลี่ยน โฟเด้น ออกทันที เพื่อที่จะพักหนุ่มน้อยผู้นี้ ให้มีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับทางทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในเกมสุดสัปดาห์

เป๊ป ให้เหตุผลโฟเด้น ลงทุกนัด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่า

“ฟิล มีสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออยู่ในตัวเอง แม้ว่าช่วงหลังๆ เขาจะเล่นได้ไม่ค่อยดีเหมือนตอนปกติ แต่เขาก็สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้เสมอ เช่นการวิ่ง และต่อสู้”

 “เขาทำให้ทีมนั้นดูมีความสมดุล ผมค่อนข้างมั่นใจว่า วันนี้การยิงประตู และการจ่ายแอสซิสต์ของเขา น่าจะเป็นอะไรที่ช่วยให้เขารู้สึกดีได้”

 “ตำแหน่งที่ ฟิล เล่นนั้น เป็นคนที่คอยสร้างจังหวะ และมันก็ดูจะเข้ากับความต้องการที่จะเล่นของเขา เราต้องเรียนรู้อะไรมากมาย เขาสามารถที่จะเล่นแย่ได้ เพราะว่าเขายังเป็นมนุษย์อยู่ แต่คุณไม่สามารถที่จะทำเป็นมองไม่เห็น ในสิ่งที่ ฟิล ทำในทุกๆ เกมได้ และนั่นคือเหตุผล ว่าทำไมเขาถึงสมควรได้ลงเล่น”

 ในขณะเดียวกันทาง อดีตผู้เล่นของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ได้มีการกล่าวยกย่อง โฟเด้น ผ่านทาง BT Sport ไว้เช่นกันว่า “ถ้าหากว่าเขา (โฟเด้น) สามารถที่จะทำประตูได้มากขึ้น เด็กคนนี้จะเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ”

 “สิ่งที่นอกเหนือจากการทำประตู และการจ่ายแอสซิสต์ในเกมของเขา ก็คือการที่เขานั้นเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องในทุกๆ อย่างนั่นเอง”

 นับตั้งแต่ที่ โฟเด้น เลื่อนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้ เจ้าตัวก็พังประตูไปถึง 47 ลูก, 36 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 177 เกม ให้กับทีมเรือใบ ซึ่งดาวเตะวัย 22 ปีคนนี้

ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขามีความเหมาะสม ที่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติอังกฤษ ของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ในการไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ช่วงปลายปีนี้

อ่านข่าวอื่น

4กุนซือ แทนที่ ทูเคิ่ล

4กุนซือ แทนที่ ทูเคิ่ล โธมัส ทูเคิ่ล  เฮดโค้ชของ เชลซี ถูกไล่ออกหลังจากที่พาทีมสิงโตน้ำเงินคราม พ่ายแพ้ต่อ ดินาโม ซาเกร็บ 1-0 ใน แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

4กุนซือ แทนที่ ทูเคิ่ล

ฤดูกาลนี้ เชลซี ต้องทนทุกข์ทรมานกับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ และที่เจ็บปวดที่สุดก็คือการแพ้ให้กับ ดินาโม ซาเกร็บ 1-0 ในเกม ucl จากประตูของ มิสลาฟ ออร์ซิค ซึ่งประตูโทนประตูนี้ นอกจาก เชลซี จะเสีย 3 แต้มแล้ว

พวกเขายังต้องเสียกุนซือของพวกเขาด้วย เนื่องจาก โธมัส ทูเคิ่ล ถูกไล่ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีม เซ่นผลงานที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้

เชลซี เปลี่ยนเจ้าของใหม่โดยมี ท็อดด์ โบห์ลี่ เข้ามาบริหารงาน และเขาก็ไม่ยอมทนกับผลงานที่ย่ำแย่ของ ทูเคิ่ล จึงเกิดเหตุการณ์แยกทางครั้งนี้เกิดขึ้น

โดยได้ประกาศผ่านทาง เว็ปไซด์ของสโมสร โดยส่วนหนึ่งของแถลงการณ์กล่าวว่า เชลซี กำลังดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อแต่งกุนซือคนใหม่

4กุนซือ แทนที่ ทูเคิ่ล และนี่คือ 4 กุนซือตัวเต็งที่เข้ามารับงานกับ เชลซี

  • เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

ปัจจุบัน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กำลังว่างงานอยู่ หลังจากที่เขาแยกทางกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในช่วงช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากล้มเหลวในการคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างช่วงคุม PSG

อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของกุนซืออาร์เจนติน่ายังคงสูงอยู่ และเขายังคงถือว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอล อีกทั้งก่อนหน้านี้ เขาเคยคุมทีมใน พรีเมียร์ลีก กับเ ซาแธมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ พร้อมเคยพา ไก่เดือยทอง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกในปี 2019

และตอนนี้ กุนซือวัย 50 ปีรายนี้ น่าจะเป็นเต็งหนึ่งในรายชื่อกุนซือที่จะเข้ามารับงานกับ เชลซี หลังจากที่ สิงห์บลู ประกาศแยกทางกับ ทูเคิ่ล

  • ซีเนอดีน ซีดาน

โบห์ลี่ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาชื่นชอบการเซ็นสัญญากับนักเตะ บิ๊กเนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดช่วงซัมเมอร์ เชลซี คว้าตัวนักเตะชื่อดังมามากมาย ทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, คาลิดู คูลิบาลี่ และ ปิแอรร์-เอเมอร์ริค โอบาเมยอง และมันอาจหมายรวมถึงการดึง หัวหน้าโค้ชชื่อดังเข้ามาร่วมงานก็ได้ และ หนึ่งในรายชื่อนั้นอาจเป็น ซีเนอดีน ซีดาน

ซีดาน ก็คล้ายๆกับ โปเช็ตติโน่ ที่กำลังว่างงานอยู่ โดยก่อนหน้านี้ ซีดานรับงานคุมทีม เรอัล มาริด ก่อนที่จะลาออกในปี 2021 เขาเป็นผู้ขัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากมาย โดยสามารถพาราชันชุดขาว คว้าแชมป์ ucl ติดต่อกันถึง 3 สมัย และยังคว้าแชมป์ ลาลีก้า อีก 2 สมัย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจหาก โบห์ลี่ ต้องการกุนซือโปรไฟล์สูงรายนี้มาเป็นกุนซือ

  • เกรแฮม พอตเตอร์

พอตเตอร์ คือหนึ่งกุนซือที่น่าจับตามองมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ เนื่องจากผลงานที่น่าตื่นเต้นของเขากับการคุม ไบร์ทตัน และแฟนบอลหลายๆคนเชื่อว่า ไบร์ทตัน เล็กไปเสียแล้วสำหรับเขา

อีกทั้งในฤดูกาลนี้ ฟอร์มของ ไบร์ทตัน ภายใต้การนำของเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม รั้งอันดับที่ 4 ในตารางคะแนน ซึ่งอยู่เหนือทีมใหญ่ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และลิเวอร์พูล

แม้ว่า พอตเตอร์ จะไม่ได้มีชื่อเสียงในระดับ โปเช็ตติโน่ หรือ ซีดาน แต่ผลงานในการคุมทีมไบร์ทตัน ก็อาจเป็นได้ว่า โบห์ลี่ ต้องการกุนซือเลือดใหม่ มาปรับปรุงแนวทางของสิงห์บลูก็เป็นได้

  • โยอาคิม เลิฟ

เชลซี มีข่าวเชื่อมโยงกับ โยอาคิม เลิฟ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โคยครั้งแรกในปี 20120 ไม่นานหลังการจากไปของ คาร์โล อันเชล็อตติ นอกจากนั้น ชื่อของ เลิฟ กับเชลซี ก็มีเชื่อโยงกันมาตลอด ทั้งในช่วงของ โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิ โอคอนเต้

เลิฟ มีเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทีมชาติเยอรมัน โดยตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เขารับงานทีมชาติ มันเหมือนกับได้สร้างวิถีใหม่ของฟุตบอลเยอรมัน และนำพาทีม อินทรีย์เหล็ก คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จในปี 2014

และที่สำคัญ เขากำลังว่างงานอยู่ หลังจากที่วางมือจากการคุมทีมชาติไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว

อ่านข่าวอื่น

ผี ประกาศผู้เล่นลุย ยูโรป้า

ผี ประกาศผู้เล่นลุย ยูโรป้า แล้ว ไร้เงา” โจนส์, วิลเลี่ยมส์”

ผี ประกาศผู้เล่นลุย ยูโรป้า

ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับรายชื่อผู้เล่น 25 คน ของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ลงทะเบียน เพื่อทำการแข่งขันในรายการ ยูโรป้า ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งเกมนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะทำการแข่งขันกับทีมดังจาก ลาลีก้า สเปน อย่าง เรอัล โซเซียดาด ในช่วงคืนวันพฤหัสบดีนี้

 เอริค เทน ฮาก ในฐานะกุนซือใหญ่ของทีมผีแดง จะต้องพาลูกทีมของเขาลงแข่งขันในฟุตบอลรายการยุโรป เทียร์ 2 เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 2019-23 ด้วยเหตุผลที่ในซีซั่นที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถจบได้เพียงแค่อันดับที่ 6 ของตาราง พรีเมียร์ลีก ทำให้พลาดการไปเล่นในรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง

 โดยในสัปดาห์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับ เรอัล โซเซียดาด และเกมนัดที่ 2 ก็จะไปพบกับทีม เชริฟฟ์ สโมสรดังในฤดูกาลที่แล้ว ที่สามารถเอาชนะทีมแชมป์ยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด มาได้ ส่วนในเกมนัดที่ 3 ก็จะพบกับ โอโมเนีย นิโคเซีย

 แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ได้ลงเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ถึงอย่างไรแล้ว เทน ฮาก ก็ดูจะมีความตั้งใจเต็มที่ ที่ต้องการให้บรรดาลูกทีมของเขา คว้าความสำเร็จใน ยูโรป้า มาให้ได้ ซึ่งจากการประกาศรายชื่อผู้เล่นออกมา

ผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ก็ได้มีชื่อติดอยู่ในทีมอย่างครบครัน ขาดแต่เพียงแค่ 2 ผู้เล่นอย่าง ฟิล โจนส์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เพียงเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ สำหรับบรรดาแฟนบอลของทีมผีแดงเสียเท่าไหร่

 จากการรายงานของ The Sun ในช่วงไม่กี่วันก่อน ก็ได้ระบุว่า โจนส์ และ วิลเลี่ยมส์ นั้น ก็ได้ถูก เทน ฮาก หั่นออกจากทีมชุดใหญ่ของเขาไปเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเฮดโค้ชชาวดัตช์ ต้องการที่จะให้ทีมชุดใหญ่ของเขา เหลือที่ว่างเพียงพอ

สำหรับบรรดาผู้เล่นใหม่ ที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาสู่สโมสร ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนอกจาก โจนส์ และ วิลเลี่ยมส์ แล้ว ก็ยังมีผู้เล่นอย่าง แอ็กเซล ตวนเซเบ้, โชล่า ชอร์ไทร์ และ เทเดน เมนกี้ ก็ต้องเก็บข้าวของ ลงไปอยู่ในทีมชุด U 23 ของสโมสร

ผี ประกาศผู้เล่นลุย ยูโรป้า โดยรายชื่อผู้เล่น 25 คน

ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการลุยการแข่งขัน ยูโรป้า ลีก มีดังนี้ : ผู้รักษาประตู 3 คน ได้แก่ ดาวิด เด เคอา, โทมัส ฮีตัน และ มาร์ติน ดูบราฟก้า

 ตำแหน่งกองหลัง ได้แก่ ราฟาแอล วาราน, ลิศานโดร มาร์ติเนซ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แอ็กเซล ตวนเซเบ้, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ ลุค ชอว์

 ตำแหน่งกองกลาง ได้แก่ คาเซมิโร, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด, คริสเตียน อีริคเซ่น, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

 ตำแหน่งตัวรุก และกองหน้า ได้แก่ ฟากุนโด้ เปลลิสตรี, แอนโทนี, มาร์คัส แรชฟอร์ด, จาดอร ซานโช, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล , คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่

อ่านข่าวอื่น

อาแจ็กซ์ ยังคงเคือง แอนโทนี่

อาแจ็กซ์ ยังคงเคือง แอนโทนี่

อาแจ็กซ์ ยังคงเคือง แอนโทนี่ มันเป็นเรื่องที่ควรละอาย! “อาแจ็กซ์” ไม่จบ! ยังคงเคือง “ผี, แอนโทนี่” ในการกระทำช่วงท้ายตลาด

 แม้ว่าดีลการซื้อขายของ แอนโทนี่ แนวรุกชาวบราซิลเลี่ยน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้เล่นของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และได้รับการลงสนาม, ยิงประตูให้กับทีมอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ถึงอย่างไรทางอดีตสโมสรเก่าของเจ้าตัวอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ดูจะยังคงมีความโกรธเคืองการกระทำของ แอนโทนี่ และทีมผีแดง อยู่ไม่น้อย

 ทีมแชมป์ลีกดัตช์ ดูจะยังคงมีอารมณ์ และความรู้สึกที่ค้างคา จากการที่พวกเขาเหมือนถูกบังคับ ให้ต้องปล่อยตัวผู้เล่นคนสำคัญอย่าง แอนโทนี่ ออกไปจากทีม ในช่วงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ตลาดการซื้อขายผู้เล่น จะปิดตัวลง

ซึ่ง แอนโทนี่ ก็ได้แสดงพฤติกรรมที่ดูจะไม่เป็นมืออาชีพเสียเท่าไหร่ ด้วยการประท้วงไม่ยอมลงเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ จนสุดท้ายสโมสรก็ต้องยอมปล่อยตัวเขา ออกไปให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยจำนวนค่าตัวที่มหาศาลถึง 100 ล้านยูโร เลยทีเดียว

 ในซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้ อาแจ็กซ์ ต้องเสียบุคลากรที่สำคัญของพวกเขา ไปให้กับทีมผีแดงเป็นจำนวนหลายคน ไล่มาตั้งแต่ตัวผู้จัดการทีมอย่าง เอริค เทน ฮาก อีกทั้งผู้เล่นยอดเยี่ยม ประจำสโมสร เมื่อซีซั่นก่อนอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ

ก็ต้องออกไปและ แอนโทนี่ ก็เป็นรายล่าสุด ซึ่งมันก็ได้ทำให้ทางผู้อำนวยการฟุตบอลของ อาแจ็กซ์ อย่าง เจอร์รี่ ฮัมสตร้า ต้องออกมาพูดจาในเชิงเหน็บแนม ไปยัง แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไม่พอใจอยู่พอสมควร

อาแจ็กซ์ ยังคงเคือง แอนโทนี่ ฮัมสตร้า ได้กล่าวเปิดใจผ่านทางสื่อ ไว้ว่า

“จังหวะ และเวลาของ ในการกระทำของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น มันเป็นอะไรที่แย่มาก ไม่กี่วันก่อนที่ตลาดการซื้อขายจะปิดตัวลง อาแจ็กซ์ ต้องเกิดความวุ่นวายขึ้นมา หลังจากที่เรานั้นผ่านทางสร้างทีมครั้งใหญ่ ซึ่งเราก็ต้องการเสียผู้เล่นท๊อปคลาสจำนวนมากออกไป”

 “มันเป็นอะไรที่ยากมาก ที่จะปล่อยให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ของเรา ต้องอยู่ในความว่างเปล่า เราทุกคนต่างคิดว่า เราได้สูญเสียผู้เล่นในทีมชุดใหญ่มากเกินไป ความคาดหวังในช่วงซัมเมอร์นั้น มันดูจะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เราต้องการให้กลุ่มผู้เล่น ยังคงรวมกันให้มากที่สุด เพื่อที่สามารถจะทำผลงานได้ดีใน แชมเปี้ยนส์ ลีก และประสบความสำเร็จต่อไป”

 “นั่นคือสิ่งที่เราได้คุยกับทาง อัลเฟรด (ชรอยเดอร์) แน่นอนว่าเรารู้ว่ามันต้องเกิดอุปสรรคขึ้นอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครคาดการณ์ว่า ผู้เล่นของเราจะถูกซื้อตัวในเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้”

 “ผมเข้าใจความโกรธเกรี้ยวของ ชรอยเดอร์ เป็นอย่างดี เพราะผมเป็นผู้จัดการในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ผมรู้ว่ามันน่าหงุดหงิดมากแค่ไหน เมื่อผู้เล่นที่ดีที่สุดของคุณ ต้องออกจากทีมไปในช่วงนาทีสุดท้าย เราไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ เพราะเราต้องการที่จะเก็บ แอนโทนี่ ไว้”

 ส่วนทาง ชรอย์เดอร์ ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของ อาแจ็กซ์ ก็ได้มีการพูดจาเปิดศึกกับอดีตผู้เล่นของตัวเอง อย่าง แอนโทนี่ ผ่านสื่อไว้เช่นกันว่า “ผมคิดว่า เขาก็แค่เป็นผู้เล่นคนหนึ่ง ที่ควรจะต้องมาซ้อม และลงเล่นให้เหมือนกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ยังอยู่ภายใต้สัญญา”

 “ผมบอกเขาว่า เขาไม่ควรที่จะต้องย้ายออกไป ผมคิดว่าการกระทำของเขา มันเป็นเรื่องที่น่าแปลก มันเป็นเรื่องที่น่าละอาย ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ผมโกรธเรื่องนี้มากๆ มันเกิดขึ้นในช่วงท้ายของตลาดการซื้อขาย มันทำให้ผมผิดหวัง ในฐานะของการเป็นผู้จัดการทีม

 แม้ว่า อาแจ็กซ์ จะต้องเสีย เทน ฮาก, มาร์ติเนซ และ แอนโทนี่ ไปให้กับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ยังคงสามารถเก็บผู้เล่นที่เป็นเป้าหมายในการเสริมตัวของ ทีมผีแดง อย่าง จูเลียน ทิมเบอร์ส ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ไว้กับทีมได้

ด้วยเหตุผลที่ ตัวผู้เล่นคนนี้ มีความหวาดกลัวว่า หากเขาย้ายไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก และผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นไม่ดี ก็อาจจะทำให้ตัวเองนั้น ไม่ได้รับเลือกจาก หลุยส์ ฟาน กัล ให้เข้ามาติดทีม “กังหันลม” ในการลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ช่วงปลายปีนี้นั่นเอง

อ่านข่าวอื่น

โอเดการ์ด แซะ เอริคเซ่น

โอเดการ์ด แซะ เอริคเซ่น ล้มง่ายไป จนทำท่านเปาเปลี่ยนคำตัดสิน มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล และ มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมของเขา ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจ และชี้เป้าโทษ

โอเดการ์ด แซะ เอริคเซ่น

การตัดสินจากทีมงานผู้ตัดสิน ว่าเป็นส่วนสำคัญให้ทีมของพวกเขา ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาล ต่อทีมคู่แข่งอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปในสกอร์ 3-1 ในแมตช์ช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 อาร์เซน่อล สามารถที่จะสร้างโมเมนตั้มที่ดีของตัวเอง ได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม จากจังหวะการเข้าทำประตูของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ แต่ถึงอย่างไรแล้วในภายหลัง ผู้ตัดสินในเกมนี้อย่าง พอล เทียร์นีย์ ก็ได้ทำการยกเลิกประตูดังกล่าว หลังจากที่มีการตรวจสอบจากจอ VAR ว่ามีการทำฟาวล์เกิดขึ้น ก่อนหน้าจังหวะการยิงประตูในครั้งนี้นั่นเอง

 ก่อนที่ อาร์เซน่อล จะได้ประตูนั้น โอเดการ์ด ได้มีการเข้าไปแย่งบอลจาก คริสเตียน เอริคเซ่น ในบริเวณกลางสนาม ซึ่งจากภาพถ่ายทอดสดนั้น ก็ต้องยอมรับว่า โอเดการ์ด ได้มีการเข้าปะทะจากด้านหลัง

ในขณะที่ เอริคเซ่น กำลังครอบครองบอลจริง แต่ถึงอย่างไรแล้วตัวกองกลางทีมชาตินอร์เวย์ ก็มองว่าการเข้าสกัดบอนั้น มันดูเบาเกินกว่าที่จะเป็นการทำฟาวล์

 ในช่วงหลังจากจบการแข่งขัน โอเดการ์ด ก็ได้ออกมาพูดวิจารณ์การตัดสินของผู้ตัดสิน และรวมไปถึงพูดจาเหน็บแนมถึง เอริคเซ่น ด้วยว่าล้มง่ายเกินไป โดยเจ้าตัวกล่าวผ่านสื่อ ไว้ว่า “ในความเห็นของผม มันไม่มีทางเลยที่จะเป็นการฟาวล์”

โอเดการ์ด แซะ เอริคเซ่น โดยเขากล่าวว่า

“สำหรับผมแล้ว มันเป็นอะไรที่เบามากๆ แต่ในกล้อง มันอาจจะทำให้คุณเห็นว่ามันดูแย่กว่าที่เกิดขึ้นจริง มันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิด ผมแทบจะไม่ได้แตะตัวเขาเลย พวกเขาเอาแต่พูดว่า พรีเมียร์ลีก มันก็เป็นแบบนี้ ว่าเป็นลีกที่ต้องมีการใช้ร่างกายปะทะกัน แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงกลับคำตัดสิน”

 ส่วนทาง อาร์เตต้า ในฐานะนายใหญ่ของ อาร์เซน่อล ก็ได้ออกมาโทษการตัดสินด้วยเช่นกัน ว่าไร้ซึ่งความแน่นอน และไม่สม่ำเสมอในกติกาอย่างสิ้นเชิง โดยกุนซือชาวสเปน ได้กล่าวว่า “มันขาดความสม่ำเสมอ มันเป็นจังหวะที่ดูเบามาก”

 “ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเขาก็ควรที่จะตัดสินให้ฟาวล์กับ อารอน (แรมส์เดล) มันก็ดูเบาเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นการฟาวล์ และในจังหวะของ บูกาโย่ (ซาก้า) มันก็ดูเบาเช่นกัน แต่มันก็ไม่เป็นลูกจุดโทษ แต่ในวันนี้ มันกลับเป็นการตัดสินให้ฟาวล์

มันเป็นหลักเกณฑ์แรกที่พวกเขาแสดงออกมาในเกมนี้ คุณจะเห็นได้ว่ามันไม่เป็นใบเหลือง เพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะรักษาหลักเกณฑ์แบบที่พวกเขาต้องการให้เกิดขึ้นในเกมใหญ่ๆ มันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ยากจริงๆ”

 “ผมรู้สึกผิดหวังจริงๆ ที่ต้องแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแนวทางที่เกิดขึ้นตลอด 95 นาที เรามีช่วงเวลาที่สำคัญ ในการครองเกมเหนือกว่า และควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ไม่สามารถที่จะปิดเกมได้เลย ซึ่งในเวลาที่พวกเขามีพื้นที่ที่เปิดโล่ง พวกเขาก็สามารถทำร้ายเราได้ทันที”

 “พวกเขามีโอกาสครั้งสำคัญ 3 ครั้ง และก็ยิงได้เลย 3 ประตู เรามีโอกาสมากมาย และเราทำได้แค่ประตูเดียว ซึ่งมันไม่เพียงพอ เรามีช่วงเวลา 18 นาทีแรก ที่เราจะต้องต่อสู้ และยังคุมเกมไม่ได้ แต่หลังจากนั้น รูปเกมทั้งหมดเป็นของเรา เราเสียบอลในพื้นที่ที่รับมือได้ยาก และเล่นบอลในพื้นที่ที่เราไม่ควรจะเล่นมัน ซึ่งการจ่ายบอลเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ทำให้พวกเขาผ่านพวกเราไปได้เลย”

“เราควรมาที่นี่ และชนะ เพราะแนวทางการเล่นของเราที่สามารถครองเกมทั้งหมดได้”

 อาร์เซน่อล ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของตัวเองได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องเสียบริสุทธิ์ ด้วยการพ่ายแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาลไป ด้วยการลงเล่นไปทั้งหมด 6 นัด มี 15 คะแนน นำทีมอันดับที่ 2 และ 3 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ อยู่เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น

อ่านข่าวอื่น

5นักเตะ พัฒนาขึ้นยุค เทนฮาก

5นักเตะ พัฒนาขึ้นยุค เทนฮาก กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งจะพาทีม ปีศาจแดง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ด้วยคว้าชัยชนะ 4 นัดติดต่อกัน แถม 2 ใน 4 เกมที่ว่านี้ เป็นการคว้าชัยชนะเหนือทีมใน บิ๊ก6 ถึง 2 ทีมด้วยกันนั่นก็คือ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล

5นักเตะ พัฒนาขึ้นยุค เทนฮาก

แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยการแพ้ 2 เกมต่อเนื่อง แต่การพ่ายแพ้ในครั้งนั้น มันได้กระตุ้นให้ทางบอร์ดบริหารของทีม ทำการเสริมทัพนักเตะตามที่กุนซือดัตช์แมนรายนี้ต้องการ และมันส่งผลต่อเนื่องถึงความมั่นใจของนักเตะ และการพัฒนาฟอร์มการเล่นของแข้งปีศาจแดงอย่างผิดหูผิดตา

ล่าสุด ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือของ อาร์เซนอล จ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก โดย ปีศาจแดง หวังที่จะหยุดสถิติการคว้าชัยชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ ของปืนใหญ่ในฤดูกาลนี้ให้จงได้ และในท้ายที่สุด ลูกทีมของ เทน ฮาก ก็ทำสำเร็จ ด้วยการจบการแข่งขันด้วยชัยชนะของ ผีแดง ด้วยสกอร์ 3-1

ถึงแม้ว่า นักเตะที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาใหม่หลายคนสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่นักเตะหน้าเก่า ที่สามารถพัฒนาฟอร์มของตัวเองให้กลายเป็นคนละคนก็มีเหมือนกัน และทำให้เขากลายเป็นกำลังหลักที่ขาดไม่ได้ของ ปีศาจแดงในตอนนี้ และนี่คือ 5 นักเตะ ที่พัฒนาขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ในยุคของ เทน ฮาก ในเกมที่ เอาชนะ อาร์เซนอล

5นักเตะ พัฒนาขึ้นยุค เทนฮาก ประกอบไปด้วย

ดิโอโก้ ดาโลต์

ปีที่แล้วในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ดิโอโก้ ดาโลต์ เป็นเพียงตัวสำรองของ อารอน วาน-บิสซาก้า เท่านั้น แต่ตอนนี้ เขาคือตัวเลือกอันดับ 1 ในตำแหน่งแบ็คขวาของทัพปีศาจแดง อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่าเขา จะสามารถเล่นเกมรุกได้ดีกว่า วาน-บิสซาก้า เท่านั้น

แต่หลังจากการเข้ามาของ เทน ฮาก เขาได้เริ่มเปลี่ยนให้ ดาโล่ต์ สามารถเล่นได้ทั้งเกมรุก และเกมรับ อย่างที่เราได้เห็นกันในเกมกับ อาร์เซนอล เกมรุก เขาก็สามารถเติมเกมขึ้นไปได้ดี ครอสบอลได้ดี และที่สำคัญคือ เกมรับที่โดดเด่นไม่แพ้กัน เรียกว่า ดาโลต์ พัฒนาขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว

ราฟาเอล วาราน

ราฟาเอล วาราน ย้ายเข้าสู่โรงละครแห่งความฝัน ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ภายใต้การคุมทีมของ โซลชาร์ แม้ว่า วาราน จะหอบเอาเกียรติยศใส่เป้มาด้วยมากมาย แต่เขาก็ต้องดิ้นรนในการปรับตัวกับ พรีเมียร์ลีก นอกจากนั้น ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนไม่หยุด แต่อย่างไรก็ตาม วาราน กลับกลายเป็นคนละคน

ภายใต้การนำของ เทน ฮาก ด้วยการเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ คู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แม้ว่าในเกมกับอาร์เซนอล เขาจะพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู แต่เขาก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังเบียดให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมของ ปีศาจแดง ต้องนั่งสำรองเท่านั้น

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นนักเตะที่แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด บ่นมาตลอด บางคนคิดว่า แข้งทีมชาติสก็อตแลนด์ ไม่ดีพอที่จะอยู่ในทีม และคิดว่าเขาคงหมดโอกาสแน่นอน หลังจากที่ คาเซมิโร่ ย้ายมาสู่ทีม แต่กลายเป็นว่า แม็คทอม เหมือนแปลงร่าง เป็นคนละคน

ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเกมกับ อาร์เซนอล ที่เขาได้รับเลือก เป็นตัวจริงในเกมนี้ เขาช่วยในการเข้าปะทะ ในแดนกลาง เก็บกวาดบอลในแดนหลัง และยังคอยซัพพอร์ตในแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม และตัวเหมือนว่า แม็คโทมิเนย์ จะยังสามารถพัฒนาศักยภาพของเขาต่อไปได้อีกในยุคของ เทน ฮาก

มาร์คัส แรชฟอร์ด

แรชฟอร์ด ก็เหมือนกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่ต้องทนเสียงก่นด่าจากแฟนบอลทีมตัวเอง อีกทั้งผลงานส่วนตัวในยุคของ โซลชาร์ และราล์ฟ รังนิค เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก็น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก

แต่ทว่า แรชฟอร์ด ในวัย 24 ปี ก็กลับมาทำผลงานให้แฟนบอล ปีศาจแดง ตาค้างกันเป็นแถบ ด้วยการยิง 3 ประตู จาก 6 เกมที่เขาลงสนาม โดยเฉพาะในเกมกับ อาร์เซนอล เขายิงได้ 2 ประตู พร้อมกับ 1 แอสซิตส์

ด้วยความเร็วของเขา ทำให้โอกาสในการทำเกมบุกอย่างรวดเร็วของปีศาจแดงที่ฉกฉวยจากความผิดพลาดของคู่แข่งนั้น น่ากลัวอย่างยิ่ง และเราอาจได้เห็นฟอร์มที่ดีของ แรชฟอร์ด พัฒนาขึ้นกว่านี้ ในยุคของ เทน ฮาก

จาดอน ซานโช

แม้ว่า ซานโช่ จะไม่สามารถมีชื่อเป็นผู้ทำประตูได้ในเกมกับ อาร์เซนอล แต่แฟนบอลก็เห็นแล้วว่า เขามีส่วนสำคัญกับเกมของ ยูไนเต็ด มากขนาดไหน ความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นในการเล่นของเขา ทำให้เขาเป็นส่วนสำคัญในชัยชนะของ ปีศาจแดง ในหลายๆเกม และนี่อาจเป็นคำตอบที่ว่า ทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงยอมควักเงิน 73 ล้านปอนด์ ซื้อตัวเขามาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และตอนนี้ มันเริ่มจะผลิดอกออกผลแล้วหล่ะ

อ่านข่าวอื่น

ซูเนสส์ จวก ซาร่า

ซูเนสส์ จวก ซาร่า ตั้งแต่เซ็นสัญญาเงินก้อนโต ดูฟอร์มจะแผ่วไปมาก

ซูเนสส์ จวก ซาร่า

แกรมส์ ซูเนสส์ นักวิจารณ์ปากตะไกร ได้ออกมาเรียกร้องให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะเบอร์หนึ่งของประเทศอียิปต์ ให้พยายามเรียกฟอร์ม และผลงานของตัวเองมากกว่านี้หน่อย หลังจากในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด

ที่ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสมอกับทีม “ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ไป 0-0 นั้น ซาล่าห์ ดูจะเงียบหายออกไปจากเกม จนทำให้ทีมต้องทำแต้มตกหล่นไปอีก 1 นัด

 ในเกม “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้” ที่สนาม กูดิสัน ปาร์ค คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นแมตช์ที่มีความตื่นเต้นไม่น้อย แม้ว่าทั้ง 2 ทีมจะไม่สามารถทำสกอร์ใส่กันได้ และในเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนัดที่ ซาล่าห์ ในฐานะที่เป็นตัวความหวังเบอร์ต้นๆ ของเหล่า “เดอะ ค็อป” ไม่สามารถที่จะนำพาชัยชนะมาสู่ทีมของตัวเอง แม้ว่าเจ้าตัวก็ดูจะมีความพยายามอย่างหนักแล้วก็ตาม

 รูปเกมที่เกิดขึ้น ทางฝ่ายลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ มีโอกาสในการลุ้นประตูที่ค่อนข้างน้อยกว่ามาตรฐานอยู่พอควร ซาล่าห์ ที่แม้จะโดนเข้าประกบติดจากทีมคู่แข่ง แต่เขาก็ยังมีจังหวะได้สับไกในช่วงนาทีสุดท้าย แต่บอลก็ไปติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด ชนเสาประตูไป เช่นเดียวกันกับแนวรุกคนอื่นๆ อย่าง หลุยส์ ดิแอซ และดาร์วิน นูนเญซ ที่ต่างก็มีโอกาสที่ไม่ได้มากมายเท่าไหร่เช่นกัน

 ผลงานของ ซาล่าห์ ในซีซั่นนี้ เจ้าตัวยิงได้ไปเพียงแค่ 2 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 6 เกมเท่านั้น ซึ่งก็ดูเป็นอะไรที่ค่อนข้างผิดปกติไปสำหรับเจ้าตัว อีกทั้งในเกมที่ ลิเวอร์พูล สามารถยำใหญ่ใส่ทีมน้องใหม่อย่าง บอร์นมัธ 9-0 มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ ซาล่าห์ ไม่ได้มีส่วนเป็นผู้ทำสกอร์ให้ทีมเลยแม้แต่ประตูเดียว

ซูเนสส์ จวก ซาร่า ผ่านทาง Sky Sports

ซูเนสส์ ในฐานะที่เป็นตำนานผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล ก็ได้ออกมาวิจารณ์ไปที่ฟอร์มของ ซาล่าห์ ผ่านทาง Sky Sports ไว้ว่า “ผมได้ดู ซาล่าห์ ลงเล่นในเกมที่ ลิเวอร์พูล พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และในช่วง 5 นาทีแรก ลิซานโดร มาร์ติเนซ ก็สามารถรับมือเขาได้อย่างอยู่หมัด”

 “ในช่วงที่เหลือของเกม ซาล่าห์ ต้องคอยมองหาว่า มาร์ติเนซ อยู่ที่ไหน ซึ่งผมก็ไม่ได้เห็น โม ซาล่าห์ คนเดิมนับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ผมหวังว่าเขาจะกลับมา เพราะว่าเขาก็ได้เซ็นสัญญาก้อนโต ตามที่เขาต้องการแล้ว แต่การเล่นในระดับนี้ หากว่าเขาต้องการที่จะลดระดับลงครึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือ 1 เปอร์เซ็นต์ เขาก็คงจะไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิมอีกแล้ว”

 “ผมหวังว่าเขาคงไม่ใช่คนที่จะลงไปนั่งเก้าอี้อย่างเบาใจได้ เพราะเขาได้เซ็นสัญญาก้อนโตแล้ว ผมกำลังพูดในฐานะของกองเชียร์ ลิเวอร์พูล และหวังว่ามันจะทำให้เขาโกรธ และพิสูจน์ว่าผมนั้นคิดผิด”

 ในซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้ ลิเวอร์พูล ได้ตัดสินใจ ขยายสัญญาของ ซาล่าห์ ด้วยเงินจำนวนมหาศาลตามที่ตัวผู้เล่นต้องการ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า ทีมหงส์แดง ยอมที่จะปรับโครงสร้างในส่วนของเพดานค่าเหนื่อยผู้เล่น เพื่อตัวดาวเตะหมายเลข 1 คนนี้ แต่ถึงอย่างไรผลงานของ ซาล่าห์ ในตอนนี้ ก็ดูเป็นไปในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับสัญญาใหม่ของเขาเสียเท่าไหร่

 ทาง คล็อปป์ ในฐานะผู้จัดการทีม ก็ได้มีการตอบคำถามของสื่อ ในประเด็นที่ว่า ซาล่าห์ ดูจะต้องใช้เวลามากในการปรับตัวในซีซั่นนี้ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมัน ก็ได้กล่าวไว้ว่า “มันไม่เคยเกิดขึ้นในฤดูกาลอื่นๆ ผมไม่แน่ใจว่าพวกคุณต้องการที่จะให้ผมพูดอะไร”

 “เราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นหรอก เราต้องการให้ โม อยู่ในจุดที่มีความพร้อม และเราต้องการให้ โม อยู่ในฐานะศูนย์กลางของทีมเช่นเดียวกัน”

 “โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในวันนี้ ที่เราต้องการให้ โม เป็นศูนย์กลางของทีมมากขึ้น แต่เราไม่ได้มีเวลามากในการซ้อม เรามีเวลาสำหรับการฟื้นตัวเท่านั้น ผมก็พูดในเรื่องนี้มามากแล้ว จนผมไม่แน่ใจว่าตัวเองนั้น พูดชัดเจนพอไหม”

 ลิเวอร์พูล ยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่ 6 ของตาราง พรีเมียร์ลีก โดยมีคะแแนอยู่ที่ 9 แต้ม จากการลงสนามไปทั้งหมด 6 นัด ซึ่งพวกเขาต้องตามหลังทีมจ่าฝูงอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล อยู่ถึง 6 คะแนน ส่วนในเกมต่อไป ลิเวอร์พูล จะต้องไปลงแข่งขันในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ด้วยการพบกับทีมนาโปลี ในคืนวันพุธที่จะถึงนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

เทน ฮาก ไล่4นักเตะ

เทน ฮาก ไล่4นักเตะ ออกจากห้องแต่งตัวกุนซือดัตช์แมน ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ ฟิล โจนส์ กองหลังตัวเก๋าของทีมที่มักจะมีอาการบาดเจ็บ ออกจากห้องแต่งตัวของสโมสร ตามรายงานระบุว่า

เทน ฮาก ไล่4นักเตะ

เนื่องจากนักเตะที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ โจนส์ ต้องลดระดับตัวเองลงไปใช้ ห้องล็อกเกอร์ของ ทีมอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่บริเวณทางเดินที่ศูนย์ฝึกแคร์ริงตัน

ห้องแต่งตัวสร้างขึ้นสำหรับนักเตะ 24 คนเท่านั้น และไม่มีที่ว่างสำหรับ โจนส์ และ สตาร์ ยูไนเต็ด อีกสี่คนอีกต่อไป เพราะ เทน ฮาก ไดัเซ็นสัญญานักเตะเข้ามาใหม่ถึง 6 ราย ในตลาดซื้อขายครั้งแรกของเขาในฐานะ กุนซือของทีม ปีศาจแดง โดยมี แอนโทนี่, คาเซมิโร่, มาร์ติน ดูบราฟก้า, คริสเตียน อีริคเซ่น, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ 

โจนส์ ได้ถูกให้ออกจากการใช้ล็อกเกอร์ในห้องแต่งตัว เพื่อเปิดทางให้กับเหล่านักเตะที่ย้ายเข้ามาใหม่ นอกจาก โจนส์ แล้วยังมี แบรนดอน วิลเลี่ยม, เทเดน เมงกี, เอ็กเซล ตวนเซเบ้ และ โชล่า ชอเรติเร่ อยู่ในกลุ่มที่ต้องออกจากห้องแต่งตัวของทีมชุดใหญ่อีกด้วย

The  Sun อ้างว่า เทน ฮาก ไล่4นักเตะ ออกจากห้องแต่งตัว

รวมไปถึง นักเตะอีกราย รวมเป็น 5 คน ต้องเปิดทางให้กับนักเตะที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาใหม่ในตลาดซัมเมอร์นี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นสิ่งที่สะเทือนใจครั้งล่าสุด ของ โจนส์ กองหลังที่ลงสนามให้กับ ปีศาจแดง เพียง 13 เกม จาก 4 ฤดูกาล

การลงสนามครั้งล่าสุดของกองหลังวัย 30 ปีรายนี้ คือเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ วูล์ฟส์ 1-0 ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงต้นการคุมทีมของ ราล์ฟ รังนิก ในฐานะกุนซือชั่วคราว โดยเขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่สร้างความประทับใจในคืนนั้น และได้รับการปรบมือจากแฟนบอล

หลังจาก เทน ฮาก เข้ามารับงานกุนซือของทีมปีศาจแดง แน่นอนว่าเขาชอบนักเตะคนอื่นมากกว่า และ โจนส์ ยังถูกเมิน เนื่องจากมีการเซ็นสัญญากับนักเตะในตำแหน่งกองหลังเข้ามาสู่ทีมหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และล่าสุดก็เป็น มาร์ติเนซ ที่กลายเป็นเซ็นเตอร์แบ็คคนล่าสุดที่เซ็นสัญญากับ ปีศาจแดง ด้วยการย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ 

โจนส์ เคยเปิดเผยในเดือนเมษายนว่า เขา ‘รู้สึกเหมือนเป็นนักฟุตบอลอีกครั้ง’ หลังจากที่ เขา ลงสนามในเกมกับ วูล์ฟส์ แม้จะผลงานออกมาน่าผิดหวังก็ตาม แต่ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดจะผลักดันให้เขาเจอทางออก และเขายังเหลือสัญญาอีกปี 

เดอะการ์เดียน ถาม โจนส์ ว่า รู้สึกอย่างไรที่ได้เล่นในฤดูหนาวที่แล้ว โจนส์กล่าวว่า

“ยอดเยี่ยมมาก เป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวของผม จะได้เห็นผม พวกเขายังเด็กเกินไปตอนที่ผมเผชิญกับปัญหาทั้งหมดของผม[ด้วยอาการบาดเจ็บและการถูกล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย] เพื่อทำความเข้าใจจริง ๆ ว่าพ่อทำอาชีพอะไร “

“พวกเขาคิดว่าผมเตะบอลในสวนสาธารณะกับเพื่อนๆ ดังนั้นสำหรับพวกเขาที่จะได้อยู่กับภรรยาของผมและได้เห็นผมเล่นนั่นเป็นโอกาสที่ดี”

โจนส์ กล่าวว่าเขาเชื่อว่าเขายังดีพอที่จะเล่นในระดับสูงสุด โดยเสริมว่า

“ผมยังอายุแค่ 30 และผมพลาดฟุตบอลไปมากแล้ว ผมหวังว่าจะได้ฟื้นฟอร์มบางอย่างและสนุกกับการเล่นฟุตบอล เมื่อผมได้รับบาดเจ็บ มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมจะไม่ยอมแพ้“

“ผมรู้สึกว่าผมยังดีพอและผมยังมีอะไรให้อีกมาก ผมก็เลยมีความหวัง ผมพร้อมที่จะเล่นอีกครั้ง”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

โอบา ดีใจที่ได้กลับ พรีเมียร์ลีก

โอบา ดีใจที่ได้กลับ พรีเมียร์ลีก ไม่หวั่นคำสาปเสื้อแข่งเบอร์ 9!

โอบา ดีใจที่ได้กลับ พรีเมียร์ลีก

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง ผู้เล่นคนใหม่ล่าสุด แบบสดๆ ร้อนๆ ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ได้ออกมาเปิดใจ หลังจากที่ตัวเขาเอง ได้ย้ายมาสู่สโมสรใหม่ พร้อมกับรับเสื้อหมายเลข 9 มาใส่เพื่อลงแข่งขันในฤดูกาลนี้

แม้ว่าจากสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการปรากฎให้เห็นว่า ผู้เล่นคนใดก็ตามที่ได้รับเสื้อหมายเลข 9 ของ เชลซี ไปสวมใส่นั้น จะต้องมีอันเป็นไป ในเรื่องของฟอร์ม และผลงานในสนามที่ตกต่ำลง

 โอบาเมยัง ในวัย 33 ปี ได้ย้ายกลับมาสู่ พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็เป็นตาของ เชลซี ที่ได้ตัวเขาไป จากการซื้อต่อมาจากทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวอยู่ 12.2 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ โอบาเมยัง กลายเป็นผู้เล่นใหม่คนที่ 7 จากการเสริมทัพผู้เล่นในซัมเมอร์นี้ ของทางเจ้าของทีมคนใหม่อย่าง ท็อดด์ โบห์ลี่ นั่นเอง

 ในช่วงเวลาที่ โอบาเมยัง ไปใช้ชีวิตนักฟุตบอล ในถิ่น คัมป์ นู นั้น เจ้าตัวถือว่าทำผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว ด้วยการยิงให้ บาร์ซ่า ไปถึง 13 ประตู จากการลงเล่นไปทั้งหมด 24 เกมในทุกรายการ

มีส่วนช่วยให้ทีมของ ซาบี เฮอร์นานเดซ ได้ตั๋วไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย แม้ว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ โอบาเมยัง จะถูกทีมอันเป็นที่รักอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ขับไสไล่ส่งออกจากทีมมาก็ตามที

 แต่แทนที่ โอบาเมยัง จะได้มีส่วนในการสวมชุดแข่งของ บาร์ซ่า ลงเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ต่อไป แต่หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาของการ ปิดตลาดการซื้อขายผู้เล่นไปอย่างเป็นทางการ

เจ้าตัวก็ต้องย้ายกลับมาสู่เกาะอังกฤษอีกครั้ง ด้วยการเป็นผู้เล่นของ เชลซี ซึ่งล่าสุด โอบาเมยัง ก็ได้มีการถ่ายภาพเปิดตัว กับทีมใหม่ของเขาอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเสื้อแข่งที่สกรีนเบอร์ 9 อยู่ที่กลางหลัง ซึ่งถือเป็นหมายสุดอาถรรพ์ ของบรรดาอดีตศูนย์หน้าของทีมสิงห์บลูส์ ผู้ที่เคยได้รับหน้าที่รับผิดชอบเสื้อแข่งตัวนี้

 ผู้เล่นศูนย์หน้าชื่อดังหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น โลเมลู ลูกากู, กอนซาโล อิกวาอิน, อวาโร่ โมราต้า, ราดาเมล ฟัลเกา และ แฟร์นานโดร ตอร์เรส ก็ต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์อันไม่สู้ดีอย่างแรง ในการสร้างผลงานของตัวเอง

ที่จากก่อนหน้านี้ พวกเขาคือศูนย์หน้าที่มีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง แต่เมื่อได้ย้ายมาสู่ เชลซี และสวมใส่เสื้อเบอร์ 9 ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นดาวยิงปืนฝืด ทำประตูให้ทีมแทบไม่ได้เลย แม้ว่าในจังหวะนั้นจะเป็นลูกที่ยิงให้เข้าประตูไปแบบง่ายๆ ก็ตาม

โอบา ดีใจที่ได้กลับ พรีเมียร์ลีก ได้กล่าวเปิดใจครั้งแรก

ในการที่เขาย้ายมาร่วมกับ เชลซี ในซัมเมอร์นี้ ไว้ว่า “มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม และผมรอไม่ไหวแล้ว ที่จะเริ่มต้นกับที่นี่ ผมมีงานที่ยังคงสะสางไม่เสร็จ สำหรับใน พรีเมียร์ลีก และมันก็ดีมากๆ เลย ที่ได้กลับมา มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น”

 ผลงาน และความสำเร็จของ โอบาเมยัง กับการเล่นในประเทศอังกฤษที่ผ่านมา เจ้าตัวสามารถคว้าถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ กับ อาร์เซน่อล ได้ในปี 2020 ซึ่งเป็นความสำเร็จในฐานะแชมป์เพียงรายการเดียวของเขา

อ่านข่าวอื่น

Page 1 of 2

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén